ตำรวจแห่งชาติไว้อาลัย “หมู่จักร” เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จับกุมเด็กแว้น มอบเงินช่วยเหลือกว่าล้านบาท พร้อมเสนอเลื่อนยศเป็น ด.ต. รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีคู่กรณีอย่างรอบคอบ

เหตุการณ์อันน่าเศร้าและสะเทือนขวัญเกิดขึ้นในคืนวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณกลางดึก บริเวณพื้นที่ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ขณะที่ ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย เพื่อออกตรวจดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ หน่วยงานได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งรวมตัวกันขับขี่จักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดเสียงดังรบกวน และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ส.ต.ท.จักรพงษ์จึงนำทีมออกปฏิบัติหน้าที่เพื่อจับกุมกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ตามกฎหมาย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้แก่ชุมชน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อรถกระบะคันหนึ่งที่มีหญิงวัย 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ พุ่งชนเข้ามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ ส.ต.ท.จักรพงษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส และแม้จะได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แต่สภาพบาดเจ็บที่รุนแรงเกินกว่าที่แพทย์จะช่วยเหลือได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล้าหาญและเสียสละท่านนี้ต้องเสียชีวิตในที่สุด ทิ้งความโศกเศร้าไว้ให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และประชาชนทั่วไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงข่าวและแสดงความอาลัยในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความอาลัยและความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน หรือ “หมู่จักร” ตามที่เพื่อนร่วมงานเรียกขาน ในการสูญเสียครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของกองกำลังตำรวจไทย

การเสียชีวิตของ ส.ต.ท.จักรพงษ์ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงหน้าที่ หรือการประมาทในการปฏิบัติงาน แต่เกิดขึ้นขณะที่ท่านกำลังทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจและเสียสระ เพื่อปกป้องความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นหน้าที่อันสูงส่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายในทุกๆ วัน

พล.ต.ท.ชัยต์พจน ได้เน้นย้ำว่า ส.ต.ท.จักรพงษ์ ถือได้ว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์โดยแท้ ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละอย่างแท้จริง ท่านเป็นที่รักและเป็นที่ชื่นชมของทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน การสูญเสียในครั้งนี้จึงนับเป็นการสูญเสียกำลังพลที่มีคุณค่ายิ่งของกองกำลังตำรวจไทย

เงินสวัสดิการและการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสูญเสียและความทุกข์ที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องเผชิญ จึงได้ดำเนินการจัดสรรเงินสวัสดิการและการช่วยเหลือต่างๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นการตอบแทนการเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ โดยในเบื้องต้นนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือตามสิทธิที่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวพึงได้รับ เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,078,000 บาท

เงินสวัสดิการจำนวนนี้รวมถึงเงินช่วยเหลือจากหลายแหล่ง ได้แก่ เงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เงินสวัสดิการจากกองทุนต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสิทธิ์ได้รับ รวมถึงเงินชดเชยและสวัสดิการอื่นๆ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกส่งมอบให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถนำไปใช้จัดการงานศพและดำเนินชีวิตต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระบุอย่างชัดเจนว่า นี่เป็นเพียงเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมายที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับต่อไป ซึ่งหน่วยงานจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบครัวได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

การเลื่อนยศและผลประโยชน์พิเศษ

นอกจากเงินสวัสดิการช่วยเหลือแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เสนอความชอบให้มีการเลื่อนเงินเดือนให้แก่ ส.ต.ท.จักรพงษ์ (ผู้เสียชีวิต) ไม่เกิน 3 ขั้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ทางการเงินที่ครอบครัวจะได้รับ และที่สำคัญคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอความชอบให้มีการเลื่อนยศของผู้เสียชีวิตสูงขึ้นจากยศเดิม ส.ต.ท. (สิบตำรวจโท) เป็นยศ ด.ต. (ดาบตำรวจ) ซึ่งเป็นยศที่สูงขึ้นหนึ่งระดับ

การเลื่อนยศหลังจากการเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นี้ เป็นประเพณีปฏิบัติที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยึดถือมาโดยตลอด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและยกย่องการเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จนถึงแก่ชีวิต การเลื่อนยศนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อผลประโยชน์ที่ครอบครัวจะได้รับ ทั้งในด้านบำเหน็จบำนาญ เงินช่วยเหลือต่างๆ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะคำนวณจากยศและเงินเดือนของผู้เสียชีวิต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระบุด้วยว่า นอกจากการเลื่อนยศและเลื่อนเงินเดือนแล้ว ยังจะมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์อื่นๆ ต่อไป เช่น การให้ทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้เสียชีวิต การจัดหางานให้แก่คู่สมรส การให้บ้านพักหรือที่อยู่อาศัย รวมถึงการดูแลสุขภาพและสวัสดิการอื่นๆ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

ความดีความสามารถของผู้เสียชีวิต

พล.ต.ท.ชัยต์พจน ได้กล่าวถึงประวัติและบุคลิกภาพของ ส.ต.ท.จักรพงษ์ หรือ “หมู่จักร” ว่า ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความตั้งใจและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง ท่านเป็นที่รักและได้รับความนับถือจากทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ด้วยนิสัยที่เป็นมิตร ใจดี และยินดีช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ

ในฐานะผู้บังคับหมู่ ฝ่ายป้องกันปราบปราม ส.ต.ท.จักรพงษ์ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบังคับบัญชาและนำทีมปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านเป็นผู้นำที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่รุ่นน้อง ท่านไม่เคยหลีกเลี่ยงงานที่ยากหรืออันตราย และพร้อมที่จะออกปฏิบัติหน้าที่ทุกเมื่อที่ได้รับคำสั่ง

เพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดกับ ส.ต.ท.จักรพงษ์ ได้ให้ข้อมูลว่า ท่านเป็นคนที่รักครอบครัว เป็นสามีและพ่อที่ดี มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวสูง และมักจะพูดถึงครอบครัวด้วยความภาคภูมิใจ แม้ในคืนวันที่เกิดเหตุ ก่อนที่ท่านจะออกปฏิบัติหน้าที่ ท่านยังได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครคิดว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พบกัน

ความคืบหน้าคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน

ในส่วนของความคืบหน้าการดำเนินคดี รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้รายละเอียดว่า ขณะนี้สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย กำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อดำเนินคดีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

พยานหลักฐานที่กำลังรวบรวมนั้นประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ การตรวจสอบจุดเกิดเหตุ การเก็บรวบรวมร่องรอยหลักฐานทางกายภาพ การตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง การสอบถามพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการตรวจสอบสภาพรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่กำลังรอผลการตรวจสอบคือ การตรวจเลือดของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ผู้เสียชีวิตและผู้ขับขี่รถกระบะ เพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจประมาณ 3-5 วัน ผลการตรวจเลือดนี้จะเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาว่า ณ ขณะเกิดเหตุนั้น ผู้ขับขี่รถกระบะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ มีสิ่งเสพติดในร่างกายหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาความผิดและการลงโทษ

การตรวจสอบและผลที่ได้รับ

ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย ได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว โดยได้ทำการตรวจปัสสาวะของผู้ขับขี่รถกระบะ ซึ่งเป็นหญิงวัย 30 ปี ผลการตรวจพบว่าไม่มีสารเสพติดในร่างกาย อย่างไรก็ตาม การตรวจปัสสาวะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าผู้ขับขี่อยู่ในสภาพปกติหรือไม่ จึงต้องรอผลการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ซึ่งจะบอกได้ชัดเจนว่าผู้ขับขี่อยู่ในสภาพเมาสุราหรือไม่

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ประกอบกับพยานหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ เช่น ความเร็วของรถขณะเกิดเหตุ ระยะในการเบรก ทิศทางการขับขี่ สภาพแสงสว่างในพื้นที่ สภาพผิวทาง และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่รถกระบะเองก็ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วย และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล เมื่อสภาพร่างกายดีขึ้นและสามารถให้ถ้อยคำได้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้

แนวทางการดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำว่า แม้ว่าการสูญเสียเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและก่อให้เกิดความรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่การดำเนินคดีจะต้องยึดหลักความเป็นธรรมและกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การสอบสวนจะครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการตรวจสอบว่าผู้ขับขี่รถกระบะอยู่ในสภาพที่เหมาะสมในการขับขี่หรือไม่ มีการเมาสุราหรือใช้สารเสพติดหรือไม่ มีความประมาทเลินเล่อหรือไม่ และมีการฝ่าฝืนกฎจราจรหรือไม่ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ เช่น สภาพแสงสว่าง สภาพถนน และการจราจร ณ ขณะนั้น

นอกจากนี้ การสอบสวนยังต้องครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เช่น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่จับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่จักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อน มีการติดตั้งอุปกรณ์หรือสัญญาณไฟเตือนอย่างเหมาะสมหรือไม่ และมีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ของเหตุการณ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความมั่นใจว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยจะไม่มีการปกปิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงใดๆ และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งสมควรได้รับความยุติธรรมและความจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บทเรียนและมาตรการป้องกันในอนาคต

เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้เตือนให้เห็นถึงความเสี่ยงและอันตรายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจรและการสกัดจับผู้กระทำผิด ซึ่งมักจะมีความเสี่ยงสูงและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาเป็นบทเรียน และจะมีการทบทวนแนวทางการปฏิบัติงานและมาตรการความปลอดภัยต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันอีกในอนาคต นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์ความปลอดภัยและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้และทักษะในการป้องกันตนเองและปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของปัญหาเด็กแว้นและการขับขี่จักรยานยนต์ที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการจัดหาพื้นที่หรือกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เยาวชนเพื่อระบายพลังงาน

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังจะรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศ และเพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัยและมีจิตสำนึกที่ดีต่อกัน

การสูญเสีย ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน หรือ “หมู่จักร” ในครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไม่เพียงแต่สำหรับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียของสังคมและประเทศชาติ ท่านได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่สมควรได้รับการเคารพและระลึกถึงตลอดไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันไว้อาลัยและส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก