เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีประชาชนจำนวนมากพร้อมใจกันเดินทางมายื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วยนายอภิรุจ มิ่งขวัญตา หรือที่รู้จักกันในนาม “พชร์ อานนท์” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กรณีถูกมิจฉาชีพหลอกลวงด้วยการอ้างตัวเป็นเอเจนซี่พาเข้าสู่วงการบันเทิง โดยใช้ชื่อของผู้กำกับดังเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายเสียหายหลายแสนบาท
รูปแบบการหลอกลวงที่ชาญฉลาด-ใช้จุดอ่อนของเหยื่อเป็นเครื่องมือ
จากการสอบถามผู้เสียหาย พบว่าแก๊งมิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีความเป็นมืออาชีพสูง โดยจะเริ่มต้นจากการเข้าไปในกลุ่มเฟซบุ๊กที่เปิดรับสมัครนักแสดงหน้าใหม่ หรือกลุ่มที่ผู้ปกครองมักนำบุตรหลานมาลงประกาศหาโอกาสในวงการบันเทิง คนร้ายจะทักแชทเข้ามาชักชวนด้วยวิธีการที่ดูเป็นมืออาชีพ มีการแนะนำตัวว่าเป็นผู้ช่วยของเอเจนซี่ชื่อดัง หรือเป็นผู้จัดการงานของผู้กำกับที่มีชื่อเสียง
หลังจากนั้นจะมีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม โดยจะมีการนัดหมายให้ไปแคสติ้งตามสถานที่ต่างๆ ที่ดูเป็นทางการ บางครั้งอาจเป็นโรงแรม ห้องประชุม หรือสตูดิโอขนาดเล็กที่เช่ามา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นงานจริง มีความน่าเชื่อถือ และทำให้เหยื่อรู้สึกมั่นใจว่าตนเองกำลังจะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างแท้จริง
สิ่งที่น่าสนใจคือคนร้ายมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำงานของวงการบันเทิงเป็นอย่างดี สามารถอธิบายขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างละเอียด รวมถึงใช้ศัพท์เฉพาะทางที่ทำให้ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในวงการเชื่อถือได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่ามีผลงานร่วมกับซีรีส์ระดับโลกอย่าง “The White Lotus” และมีนักแสดงในสังกัดจำนวนมาก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น
บัญชีธนาคารกลายเป็นช่องทางชำระเงิน-กลเม็ดใหม่ของแก๊งมิจฉาชีพ
นางสาวสุภัทราวดี ภู่เจริญยศ หนึ่งในผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความในครั้งนี้ เล่าถึงประสบการณ์ที่ตกเป็นเหยื่อว่า เริ่มต้นจากการที่มีคนร้ายโทรศัพท์เข้ามาชักชวนให้เข้าไปทำงานในวงการบันเทิงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยอธิบายว่างานที่จะให้ทำคือการถ่ายวิดีโอสั้นๆ เพื่อนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม YouTube ซึ่งฟังดูไม่ซับซ้อนและเป็นงานที่ทำได้ง่าย
ในระยะแรกคนร้ายจะให้ทำงานโดยยังไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนใดๆ และอ้างว่าจะจ่ายเมื่องานเสร็จสมบูรณ์ แต่จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีการร้องขอให้ผู้เสียหายส่งเลขที่บัญชีธนาคารส่วนตัว โดยอ้างเหตุผลว่ามีนักแสดงรายอื่นๆ ที่ต้องการจะโอนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์การแสดง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป้า และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการถ่ายทำ
นางสาวสุภัทราวดีกล่าวว่า ตอนนั้นไม่ได้ระแวงสงสัยหรือเอะใจแต่อย่างใด เพราะคนร้ายสร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างดี โดยการอ้างว่ารู้จักกับพชร์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดัง และมีเด็กในสังกัดที่กำลังทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงอ้างว่าเคยร่วมงานกับซีรีส์ระดับโลกอย่าง The White Lotus ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง
หลังจากที่ส่งเลขบัญชีธนาคารให้แล้ว ก็เริ่มมีเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้ามา และคนร้ายจะโทรมาบอกให้โอนเงินจำนวนนั้นไปยังบัญชีที่กำหนดให้ โดยอ้างว่าเป็นบัญชีของร้านเช่าชุด หรือร้านขายอุปกรณ์การแสดง ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นธุรกรรมปกติในวงการบันเทิง ซึ่งผู้ที่ไม่มีประสบการณ์จะไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้
ต่อมาเริ่มสงสัยและรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เมื่อเห็นว่าผลงานของนักแสดงคนอื่นๆ ที่อ้างว่าอยู่ในสังกัดเดียวกันไม่เคยออกสู่สาธารณะเลย และตัวเองก็ไม่เคยได้ถ่ายทำงานจริงๆ จึงเริ่มตระหนักว่าตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้ติดต่อมายังชมรมสันติประชาธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือในการดำเนินคดี
ผู้ปกครองเปิดใจ-ห่วงลูกถูกขโมยความฝัน
นางเก๋ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ปกครองของผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงที่ครอบคลุมและมีรายละเอียดมากขึ้น โดยกล่าวว่า หลังจากที่คนร้ายทักแชตเข้ามาในกลุ่มเฟซบุ๊กแล้ว จะมีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ตามมา และนัดหมายให้ไปแคสติ้งตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่น่าสังเกตคือในการแคสติ้งแต่ละครั้ง จะมีข้อแม้ว่าอุปกรณ์ของนักแสดง รวมถึงเสื้อผ้าที่จะใช้ในการถ่ายทำนั้น ต้องสั่งซื้อหรือเช่าจากคนร้ายเท่านั้น โดยจะมีราคาตั้งแต่หลักสิบบาทจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าและความจำเป็นในการใช้งาน คนร้ายจะส่งรายการสินค้าที่ต้องซื้อมาให้ พร้อมกับอธิบายว่าจำเป็นต้องใช้ในการถ่ายทำ เพื่อให้ภาพออกมาสวยงามและเป็นมืออาชีพ
การชำระเงินจะต้องโอนไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายกำหนดให้ โดยอ้างว่าเป็นบัญชีของร้านเช่าเสื้อผ้าหรือร้านขายอุปกรณ์การแสดง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจเป็นบัญชีที่คนร้ายยืมมาใช้ หรือเป็นบัญชีมิวล์ที่เปิดไว้เพื่อรองรับเงินจากการหลอกลวงโดยเฉพาะ วิธีการนี้ทำให้ดูเหมือนว่ามีร้านค้าจริงอยู่ และเป็นธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
นางเก๋กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งนี้จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย และอาจมีมากกว่านี้ที่ยังไม่ได้ออกมาแจ้งความ เนื่องจากอายหรือกลัวว่าจะถูกมองว่าโง่ง่าย บางรายเสียเงินไปเพียงไม่กี่พันบาทก็ไม่อยากยุ่งยาก แต่เมื่อรวมกันแล้วเงินที่คนร้ายได้ไปนั้นอยู่ในระดับหลายแสนบาท
คำเตือนจากผู้ปกครองถึงผู้ปกครอง
นางเก๋ได้ให้ข้อคิดและคำเตือนสำหรับผู้ปกครองท่านอื่นๆ ว่า ในช่วงเปิดเทอมหรือช่วงที่บุตรหลานมีเวลาว่าง หากต้องการจะให้เข้าสู่วงการบันเทิงหรือสร้างประสบการณ์ในการแสดง จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อมูลของเอเจนซี่หรือบริษัทที่จะรับเด็กไปดูแลให้ดีก่อน ไม่ควรเชื่อเพียงแค่คำพูดหรือการอ้างชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง
ควรตรวจสอบว่าเอเจนซี่นั้นมีสำนักงานจริง มีเอกสารทางกฎหมายที่ถูกต้อง และมีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงไม่ควรจ่ายเงินล่วงหน้าก่อนที่จะมีสัญญาหรือเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในวงการบันเทิง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียเข้าถึงง่าย คนร้ายสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่นาน
ที่น่ากังวลคือคนร้ายกลุ่มนี้มีความรู้และความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานของวงการบันเทิงเป็นอย่างดี ทำให้สามารถหลอกลวงผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่มีความฝันอยากเป็นดารา นักแสดง หรือต้องการสร้างผลงานเพื่อใช้ในการสมัครเข้าเรียนต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหรือศิลปะ
“พชร์ อานนท์” ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง-ไม่เคยมีนายหน้า
นายอภิรุจ มิ่งขวัญตา หรือ “พชร์ อานนท์” ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ถูกนำชื่อมาอ้างในคดีครั้งนี้ ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า หลังจากที่ทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวงเข้าสู่วงการบันเทิง โดยมีการกล่าวอ้างชื่อของตน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย
พชร์กล่าวว่า หากตัวเองจะติดต่อนักแสดงหรือต้องการจะปั้นเด็กให้เป็นดารา จะเป็นผู้ติดต่อไปด้วยตัวเองโดยตรง ไม่มีการใช้นายหน้าคนกลาง และไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ที่จะเข้ามาเป็นนักแสดง การนัดหมายจะเป็นเพียงการพูดคุยตามสถานที่ต่างๆ เพื่อทำความรู้จักและดูศักยภาพของนักแสดง หรือในบางครั้งอาจจะมีลูกน้องคนสนิทที่ไว้ใจเป็นคนช่วยหานักแสดงและหาเบอร์โทรศัพท์มาให้ แต่ตัวเองจะเป็นคนติดต่อไปยังนักแสดงโดยตรงเสมอ
นอกจากนี้ พชร์ ยังระบุว่า ในปัจจุบันตนเองไม่ได้ทำงานด้านการปั้นนักแสดงใหม่แล้ว มีเพียงเด็กที่อยู่ในสังกัดประมาณ 5-6 คนเท่านั้น เนื่องจากไม่มีเวลามากพอที่จะไปหาเด็กมาปั้นเป็นดารา ปัจจุบันเน้นการทำงานในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เป็นหลัก และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างสรรค์ผลงานด้านการกำกับ
สิ่งที่สำคัญมากคือ พชร์ได้ยืนยันว่าภาพถ่ายของบุคคลที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นคนร้ายที่นำมาแสดงในวันนี้ ตนเองไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักมาก่อนเลย และยืนยันว่าพฤติกรรมที่มีการเรียกเก็บเงินจากนักแสดงที่จะเข้าสู่วงการนั้นเป็นของปลอมอย่างแน่นอน เพราะในวงการบันเทิงที่ถูกต้องและมีคุณภาพนั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินจากนักแสดงในลักษณะเช่นนี้เลย
ชมรมสันติประชาธรรมชี้แก๊งขโมยความฝัน
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือและนำผู้เสียหายมายื่นเรื่องในครั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ได้พาผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องรวมประมาณ 30 ราย เข้ามาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยมูลค่าความเสียหายรวมอยู่ในระดับหลักแสนบาท
นายแทนคุณวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะอาศัยจังหวะช่วงที่เด็กนักเรียนนักศึกษาปิดเทอม ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขากำลังมองหาโอกาสในการสร้างประสบการณ์หรือสร้างผลงานเพื่อเตรียมยื่นเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคณะที่เกี่ยวข้องกับการแสดง ศิลปะ หรือสื่อสารมวลชน ที่ต้องการผลงานการแสดงเป็นพอร์ตโฟลิโอ
คนร้ายใช้โอกาสนี้ในการขโมยความฝันและความรู้สึกของเด็กเหล่านี้ สร้างความหวังว่าจะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ทำให้เกิดการหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อในที่สุด นอกจากนี้ยังเชื่อว่ายังมีคนที่ตกเป็นเหยื่อกับคนร้ายกลุ่มนี้อีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่กล้าออกมาแจ้งความหรือยังไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกหลอก
ที่น่าห่วงใจมากคือการกล่าวอ้างชื่อของพชร์ อานนท์ เป็นเพียงกรณีหนึ่งเท่านั้น ยังมีการกล่าวอ้างชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงคนอื่นๆ อีกหลายราย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อ ทำให้เห็นว่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มีการวางแผนและเตรียมการอย่างเป็นระบบ มิใช่การกระทำแบบฉวยโอกาสธรรมดา
เจ้าหน้าที่รับเรื่องพร้อมติดตาม
จากการแจ้งความในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องไว้ดำเนินการแล้ว โดยจะมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายทั้งหมด ตรวจสอบรายละเอียดการโอนเงิน บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง และติดตามตัวผู้ต้องหาที่อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงครั้งนี้
ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ขอความร่วมมือจากผู้เสียหายในการนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาประกอบการสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการสนทนาผ่านแชต ประวัติการโทรศัพท์ สลิปการโอนเงิน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ประสานงานกับธนาคารต่างๆ เพื่อตรวจสอบบัญชีที่ถูกใช้ในการรับเงินจากการหลอกลวง และจะดำเนินการอายัดบัญชีหากพบว่ายังมีเงินคงเหลืออยู่ รวมถึงขอข้อมูลเจ้าของบัญชีเพื่อนำมาสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดตัวจริง
แนวทางป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
จากกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันอาชญากรรมได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองและเยาวชนที่สนใจอยากเข้าสู่วงการบันเทิงว่า ควรระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ โดยมีแนวทางดังนี้
ตรวจสอบข้อมูลเอเจนซี่อย่างละเอียด ควรตรวจสอบว่าเอเจนซี่หรือบริษัทนั้นมีที่ตั้งจริง มีเลขทะเบียนนิติบุคคล และมีผลงานที่ตรวจสอบได้ สามารถค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการรายอื่นๆ หรือถามจากคนในวงการที่เชื่อถือได้
ไม่จ่ายเงินล่วงหน้า ในวงการบันเทิงที่ถูกต้องนั้น เอเจนซี่หรือบริษัทจะไม่เรียกเก็บเงินจากนักแสดงก่อนที่จะมีงานเกิดขึ้นจริง หากมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า โดยเฉพาะค่าเช่าชุด ค่าอุปกรณ์ หรือค่าอบรม ควรสงสัยและขอดูรายละเอียดอย่างละเอียด
ขอเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนเริ่มงานควรมีสัญญาหรือเอกสารที่ชัดเจน ระบุรายละเอียดของงาน ค่าตอบแทน ระยะเวลา และเงื่อนไขต่างๆ อย่างละเอียด ไม่ควรเชื่อเพียงแค่คำพูดหรือคำมั่นสัญญา
ระวังการอ้างชื่อคนดัง หากมีการอ้างว่ารู้จักหรือทำงานกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ควรตรวจสอบความจริงโดยการติดต่อกับบุคคลนั้นโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ไม่ควรเชื่อเพียงแค่การอ้างหรือภาพถ่ายที่อาจปลอมแปลงได้
ปรึกษาผู้ปกครองหรือผู้ที่มีประสบการณ์ เด็กและเยาวชนควรปรึกษาผู้ปกครองหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการก่อนตัดสินใจ ไม่ควรรีบร้อนหรือตัดสินใจเองโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำ
ไม่ส่งข้อมูลส่วนตัว ไม่ควรส่งข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรประชาชน หรือรูปถ่ายที่อาจนำไปใช้ในทางที่ผิด จนกว่าจะแน่ใจว่าเป็นบริษัทหรือเอเจนซี่ที่เชื่อถือได้
บทสรุป-ความระมัดระวังคือสิ่งสำคัญ
กรณีการหลอกลวงโดยอ้างเป็นเอเจนซี่พาเข้าวงการบันเทิงในครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ามิจฉาชีพในปัจจุบันมีความชาญฉลาดและมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ชื่อเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ
ผู้ปกครองและเยาวชนที่มีความฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิงควรเพิ่มความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และไม่เชื่อคำพูดหวานๆ ที่ฟังดูดีเกินจริง หากสงสัยหรือพบเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ ควรรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อไม่ให้ตนเองและผู้อื่นตกเป็นเหยื่อต่อไป
สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว ไม่ควรอายหรือกลัวที่จะออกมาแจ้งความ เพราะการแจ้งความจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายรายใหม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังอาจมีโอกาสได้เงินคืนหากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดทรัพย์สินของคนร้ายได้
ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามกำลังดำเนินการสืบสวนและติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเข้มข้น คาดว่าจะสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในเร็ววันนี้ และจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันต้องคิดทบทวนก่อนลงมือ
หมายเหตุ: ผู้ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบเห็นการหลอกลวงในลักษณะคล้ายกัน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองบังคับการปราบปราม หรือสายด่วน 191 ทุกข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย