The Super Mario Galaxy Movie (2026)

Table of Contents

ชำแหละทุกฉาก! “The Super Mario Galaxy Movie” 2026 — ความลับสายเลือดเจ้าหญิงที่โลกไม่เคยรู้ และตอนจบที่พลิกจักรวาลมาริโอไปตลอดกาล

[คำเตือน: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาทั้งหมดของภาพยนตร์]

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งดู The Super Mario Galaxy Movie จบแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างในใจที่ยังค้างอยู่ ยังงงอยู่กับฉากตอนท้าย หรือแค่อยากอ่านให้ครบทุกรายละเอียดก่อนจะตัดสินใจซื้อตั๋ว บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องการ เพราะเราจะไม่แค่เล่าเรื่องย่อ แต่จะ “ขยี้” ทุกฉาก ทุกนัยยะ และทุกความลับที่ผู้กำกับซ่อนเอาไว้ให้คุณเห็นภาพชัดราวกับนั่งอยู่ในโรงหนังด้วยกัน

 

จุดเริ่มต้นของหายนะ: เมื่อโบวเซอร์จูเนียร์ทำเรื่องใหญ่โต

เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นจากความรักของลูกที่มีต่อพ่อ ฟังดูอบอุ่น แต่เมื่อลูกคนนั้นคือ โบวเซอร์ จูเนียร์ และพ่อที่เขารักคือ โบวเซอร์ราชาแห่งคูปา แผนการ “ช่วยพ่อ” ของเขาก็กลายเป็นฝันร้ายของจักรวาลไปในทันที

จูเนียร์ไม่ได้แค่เดินบุกตีปราสาทหรือลักพาตัวเจ้าหญิงพีชตามแบบฉบับดั้งเดิม เขาคิดการณ์ใหญ่กว่านั้นมาก เป้าหมายของเขาคือ เจ้าหญิงโรซาลิน่า หญิงสาวแห่งดวงดาวผู้ปกครองหอสังเกตการณ์จักรวาล เพราะโรซาลิน่าเป็นเจ้าของพลังเวทย์มนตร์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ในโลก พลังที่สามารถ “ชาร์จ” เครื่องมือทำลายล้างสุดอาวุธที่จูเนียร์สร้างขึ้นเพื่อปลดปล่อยพ่อของเขา นั่นคือ บูมส์เดย์แมชชีน อาวุธที่ออกแบบมาเพื่อทำลายจักรวาลทั้งใบในชั่วพริบตา

ฉากการลักพาตัวโรซาลิน่าถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตื่นเต้น สะท้อนให้เห็นว่าจูเนียร์ไม่ใช่แค่ “เด็กซน” อีกต่อไปแล้ว เขาคือผู้ร้ายตัวจริงของเรื่องนี้ มีสติปัญญา มีแผนการ และที่สำคัญที่สุด — เขามีแปรงวิเศษในมือ


เจ้าหญิงพีชและโทดออกเดินทาง: วีรกรรมที่ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย

ข่าวการหายตัวของโรซาลิน่าไปถึงเจ้าหญิงพีชผ่านทาง ลูมัส สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายดาวที่เป็น “บุตร” ของโรซาลิน่า สิ่งมีชีวิตตัวน้อยเหล่านี้ปรากฏตัวในปราสาทของพีชพร้อมความตื่นตระหนก บอกเล่าเรื่องราวการลักพาตัวและขอความช่วยเหลือ

นี่คือจุดที่หนังทำได้ดีมากในการ “สลับบทบาท” จากสูตรสำเร็จเดิม พีชไม่ได้นั่งรอให้มาริโอมาช่วย เธอหยิบอาวุธ เรียก โทด ผู้ช่วยคู่ใจ แล้วออกเดินทางทันที การตัดสินใจนี้บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพัฒนาการของตัวละครพีชในจักรวาลภาพยนตร์นี้ เธอคือผู้นำ ไม่ใช่เหยื่อ

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งราชอาณาจักรเห็ด มาริโอ, ลุยจิ และ โยชิ ได้รับมอบหมายให้ดูแลปราสาทในช่วงที่พีชไม่อยู่ ฟังดูเป็นงานง่าย แต่ก็ง่ายแค่นั้นแหละจนกว่าจูเนียร์จะบุกมา ฉากที่จูเนียร์บุกทำลายปราสาทนั้นสนุกสนานและเต็มไปด้วยพลังงาน แต่ก็ทำให้เห็นชัดว่าสามคนพี่น้องและโยชิยังไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามระดับนี้ได้เพียงลำพัง


เหตุการณ์พลิกผัน: เมื่อโบวเซอร์ขอเป็นพันธมิตร

จุดหักเหที่ทำให้คนดูงงงวยที่สุดในช่วงต้นเรื่องคือเมื่อ โบวเซอร์ ซึ่งถูกลดขนาดลงจนตัวเล็กจ้อยกลับมาขอพบมาริโอและลุยจิ และเสนอว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว พร้อมอ้างว่าเขาสามารถ “พูดให้จูเนียร์เลิกทำเรื่องวุ่นวาย” ได้

นี่คือองค์ประกอบที่ดีมากในเชิงการเขียนบท เพราะมันสร้าง “ความไม่ไว้วางใจ” ให้กับคนดูอย่างชาญฉลาด คุณเชื่อโบวเซอร์ไหม? พี่น้องมาริโอเชื่อ และในจุดนี้หนังได้ส่งสัญญาณเตือนผ่านสายตาของโบวเซอร์ที่ดูเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่

ต่อมาความจริงก็ถูกเปิดเผย โบวเซอร์กลับไปเป็นคนชั่วตามเดิม สั่งการกองทัพคูปาของเขาอีกครั้ง ฉากนี้ถ้าดูเผินๆ อาจรู้สึกว่าหนังหลอกคนดู แต่ถ้าตีความลึกกว่านั้น มันคือการสะท้อนให้เห็นว่าโบวเซอร์นั้นแม้จะมีด้านดีอยู่บ้าง แต่สุดท้ายธรรมชาติที่แท้จริงของเขาก็ชนะ ซึ่งทำให้ฉากเผชิญหน้าในช่วงท้ายมีน้ำหนักมากขึ้น


วาร์ท นักเลงสุดพิศวง และการเดินทางสู่ดาราจักรขยะอวกาศ

ทีมของพีชและโทดได้รับข้อมูลจาก วาร์ท นักเลงปริศนาผู้ดูไม่น่าไว้ใจ ว่าโรซาลิน่าถูกกักขังอยู่ใน ดาราจักรขยะอวกาศ (Space Junk Galaxy) ซึ่งจูเนียร์ได้สร้าง ดาวโบวเซอร์ (Planet Bowser) ขึ้นมาเป็นฐานปฏิบัติการของเขา

การปรากฏตัวของวาร์ทในภาพยนตร์นี้น่าสนใจมากสำหรับแฟนเก่า เพราะวาร์ทเป็นตัวละครจากเกม Super Mario Bros. 2 ที่ไม่ค่อยได้ปรากฏในสื่ออื่น การนำเขามาใส่ในบทบาท “นักเลงผู้มีข้อมูล” แสดงให้เห็นว่าทีมสร้างหนังต้องการขยายจักรวาลมาริโออย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ดึงตัวละครหลักมาใช้ซ้ำ

ในเวลาเดียวกัน มาริโอ ลุยจิ และโยชิก็มาสมทบกับทีมของพีช และที่ทำให้คนดูตื่นเต้นที่สุดในฉากนี้คือการปรากฏตัวของ ฟ็อกซ์ แมคคลาวด์ จาก Star Fox ผู้รับอาสาพาทีมทั้งหมดเดินทางไปยังดาวโบวเซอร์บนยานอวกาศของเขา การข้ามจักรวาล (crossover) ครั้งนี้ถือเป็นหมัดเด็ดของหนัง และสำหรับแฟนเกม Nintendo ทุกเจเนอเรชัน นี่คือฉากที่ทำให้ขนลุกได้อย่างแน่นอน


ยานถูกโจมตี: บทพิสูจน์ว่าลูมัสไม่ใช่แค่ตัวประกอบ

การเดินทางในอวกาศไม่ได้ราบรื่น จูเนียร์สกัดกั้นยานของฟ็อกซ์และโจมตีจนเกิดเหตุฉุกเฉิน ยานพุ่งชนดาวอีกดวง แต่ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องจบ ลูมัสเหล่านั้นเองที่กลายมาเป็นผู้ช่วยชีวิต

ฉากนี้สำคัญในเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก เพราะมันพิสูจน์ว่าลูมัสซึ่งถูกมองว่าเป็นเพียง “เด็กๆ” ที่อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ กลับเป็นผู้ที่มีพลังพอจะพลิกสถานการณ์ได้ในยามวิกฤต นัยยะของฉากนี้ขยายออกไปถึงธีมหลักของหนัง นั่นคือ ความรักและพลังของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวโดยสายเลือดหรือครอบครัวที่เลือกเอง ต่างมีพลังที่ยิ่งใหญ่เท่าเทียมกัน


มหาศึกบนดาวโบวเซอร์: ฉากแอ็กชันที่อัดแน่นที่สุดในหนัง

ทีมฮีโร่เดินทางมาถึงดาวโบวเซอร์และแยกย้ายกันทำภารกิจ พีชและโทดออกตามหาโรซาลิน่า ขณะที่มาริโอและลุยจิต้องเผชิญหน้ากับโบวเซอร์และจูเนียร์

ฉากการต่อสู้ครั้งนี้คือไฮไลต์ทางด้านภาพและอารมณ์ของทั้งเรื่อง

โบวเซอร์ตกลงในลาวา ระหว่างการต่อสู้ และฟื้นขึ้นมาในร่าง ดราย โบวเซอร์ (Dry Bowser) โครงกระดูกอสูรที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ฉากเปลี่ยนร่างนี้ถ่ายทอดออกมาได้น่าประทับใจมาก และสำหรับแฟนเกมที่รู้จัก Dry Bowser จาก Mario Kart หรือ New Super Mario Bros. นี่คือช่วงเวลาแห่งการตื่นเต้นอย่างแท้จริง

ส่วนจูเนียร์นั้นใช้ แปรงวิเศษ ของเขาเป็นอาวุธหลัก ซึ่งทำให้ลุยจิต้องหาวิธีแก้เกม และที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนคือ ลุยจิแก้ปัญหาโดยการ แย่งแปรงจากจูเนียร์แล้ววาดภาพ นายเกม แอนด์ วอทช์ (Mr. Game & Watch) ขึ้นมา ซึ่งส่งผลให้โบวเซอร์พ่ายแพ้

นี่คือฉากที่ตลกและสร้างสรรค์ที่สุดของหนัง และยังเป็นการส่งเสริมบทบาทของลุยจิที่มักถูกมองว่าเป็นรองพี่ชาย ให้กลายเป็นฮีโร่ที่ชนะด้วยความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง


จูเนียร์และมังกรแห่งความพินาศ: วิลแลนที่แพ้เพราะงานของตัวเอง

จูเนียร์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาใช้แปรงวาดภาพ มังกรแห่งความพินาศ (Ruined Dragon) อสูรขนาดใหญ่ขึ้นมาต่อสู้ แต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อมังกรนั้น กลืนกินจูเนียร์เอง เข้าไป ทำให้จูเนียร์ต้องการความช่วยเหลือและมาริโอเป็นคนที่ออกมาช่วย

ฉากนี้คือจุดที่ลึกซึ้งที่สุดในเชิงอุปมานิทัศน์ของทั้งเรื่อง มันบอกว่า ความโกรธ ความเกลียด และความทะเยอทะยานที่ไร้ขีดจำกัดนั้น ในที่สุดก็จะกลืนกินตัวเจ้าของเอง จูเนียร์สร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมา และสัตว์ประหลาดนั้นก็กลายเป็นหลุมพรางของตัวเขาเอง ยิ่งไปกว่านั้น มาริโอที่เพิ่งต่อสู้กับเขาอยู่ กลับเป็นคนที่ยื่นมือเข้าไปช่วยโดยไม่ลังเล ซึ่งสะท้อนถึงแก่นของตัวละครมาริโอที่ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าคนนั้นจะเคยเป็นศัตรูของเขาหรือไม่


ความลับสายเลือด: โรซาลิน่าและพีชคือพี่น้องกัน

และนี่คือ เปิดเผยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์ทั้งเรื่อง

ขณะที่มาริโอและลุยจิต่อสู้อยู่นั้น พีชและโทดก็เดินทางลึกเข้าไปในป้อมปราการของจูเนียร์จนพบโรซาลิน่า และในระหว่างการปลดปล่อยนั้นเอง ความจริงก็ถูกเปิดเผยออกมา

โรซาลิน่าคือพี่สาวของพีช และเธอคือคนที่พาพีชไปอยู่อย่างปลอดภัยมาตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการปกป้อง โดยรู้ว่าหากพีชอยู่ใกล้เธอ พีชก็จะตกเป็นเป้าหมายของศัตรูเช่นกัน

นัยยะที่ซ่อนอยู่ในนี้น่าสนใจมาก หนังกำลังบอกว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบางครั้งคือการ “ปล่อยให้จากไป” ไม่ใช่การยึดเอาไว้ โรซาลิน่าที่อยู่ท่ามกลางดวงดาวนั้นไม่ได้โดดเดี่ยวเพราะเธอต้องการ แต่เป็นเพราะเธอเลือกที่จะรักษาคนที่เธอรักด้วยการอยู่ห่าง

เมื่อพีชรู้ความจริง ทั้งสองรวมพลังกัน แรงของทั้งสองเจ้าหญิงหลอมรวมกันจนสามารถปลดปล่อยโรซาลิน่า ทำลายบูมส์เดย์แมชชีน และคืนทุกสิ่งกลับสู่สภาพเดิม ฉากนี้ถ่ายออกมาได้งดงามอย่างสุดบรรยาย แสงดาวที่แตกกระจายและพลังของความเป็นพี่น้องที่โอบล้อมทุกสิ่ง


บทส่งท้าย: เมื่อจักรวาลกลับมามีความหวัง

ฮีโร่ทั้งหมดเดินทางกลับมายังราชอาณาจักรเห็ด ปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่ โบวเซอร์และจูเนียร์ถูกส่งเข้าคุก และทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี

แต่ฉากสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่คือการมาถึงของ เจ้าหญิงเดซี่ ผ่านทาง ดาราจักรเกตเวย์ (Gateway Galaxy) การปรากฏตัวของเดซี่นี้ไม่ได้เป็นแค่การพยักหน้าให้แฟนๆ แต่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า จักรวาลภาพยนตร์มาริโอยังคงขยายตัวต่อไป และเดซี่อาจมีบทบาทสำคัญในภาคต่อ


วิเคราะห์และสรุปคะแนน: หนังที่กล้าโตกว่าที่คุณคิด

The Super Mario Galaxy Movie ทำสิ่งที่ภาคแรกไม่ได้ทำ นั่นคือการ สร้างตัวละครให้มีความลึกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นพีชที่ไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป ลุยจิที่มีวีรกรรมของตัวเอง จูเนียร์ที่เป็นผู้ร้ายที่มีแรงจูงใจอันซับซ้อน และที่สำคัญที่สุดคือโรซาลิน่าที่กลายเป็นตัวละครหลักที่มีน้ำหนักในเชิงอารมณ์อย่างไม่คาดคิด

จุดแข็ง: จังหวะการเล่าเรื่องที่ดี, การ crossover กับฟ็อกซ์ แมคคลาวด์ที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ, ฉาก Dry Bowser ที่น่าตื่นเต้น, และการเปิดเผยความสัมพันธ์ของพีชกับโรซาลิน่าที่กระทบใจ

จุดอ่อน: โบวเซอร์ที่ถูกลดบทบาทลงบ้างเมื่อเทียบกับจูเนียร์, และการนำเสนอตัวละครวาร์ทที่น่าสนใจแต่มีเวลาน้อยเกินไป

คาดการณ์ภาคต่อ: การมาถึงของเดซี่และการเปิดตัว Gateway Galaxy คือประตูสู่การขยายจักรวาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราอาจได้เห็นการผจญภัยข้ามมิติที่ใหญ่กว่าเดิม และแน่นอนว่าการกลับมาของฟ็อกซ์ แมคคลาวด์น่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจนมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง

คะแนนความประทับใจ: 8.5/10 — หนังเกมที่กล้าโตขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มันทำได้

🔓 ทุกคนสามารถอ่านความคิดเห็นได้ แต่เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่สามารถเขียนได้ เข้าสู่ระบบที่นี่

1 thought on “The Super Mario Galaxy Movie (2026)”

  1. ชำแหละทุกฉาก! “The Super Mario Galaxy Movie” 2026 — ความลับสายเลือดเจ้าหญิงที่ซ่อนมาทั้งชีวิต และตอนจบที่พลิกจักรวาลมาริโอไปตลอดกาล

    [คำเตือน: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาทั้งหมดของภาพยนตร์]

    ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งดู The Super Mario Galaxy Movie จบแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างในใจที่ยังค้างอยู่ ยังงงกับฉากเปิดเผยความสัมพันธ์พีช-โรซาลิน่า หรือแค่อยากอ่านครบทุกรายละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อตั๋ว บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องการ เพราะเราจะไม่แค่เล่าเรื่องย่อ แต่จะ “ขยี้” ทุกฉาก ทุกนัยยะ และทุกความลับที่ผู้กำกับซ่อนเอาไว้ให้คุณเห็นภาพชัดราวกับนั่งอยู่ในโรงหนังด้วยกัน


    ฉากเปิดที่บอกทุกอย่างก่อนหนังจะเริ่ม

    หนังเปิดมาด้วยภาพของ หอสังเกตการณ์ดาวหาง (Comet Observatory) ที่โรซาลิน่า (รับบทโดย บรี ลาร์สัน) กำลังนั่งล้อมวงกับบรรดาลูมัสเพื่อเล่านิทาน เธอจะเริ่มเล่าเรื่องราวของพีช แต่เด็กๆ รูปร่างดาวพวกนี้กลับอยากฟังเรื่องของมาริโอและลุยจิมากกว่า

    ฉากนี้เป็นมากกว่าแค่บทนำที่น่ารัก มันคือการวางฐานของธีมหลักทั้งหมดในหนัง นั่นคือ เรื่องราวของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่เกิดมาด้วยกัน หรือครอบครัวที่สร้างขึ้นเอง โรซาลิน่าและลูมัสคือต้นแบบของความรักที่ไม่ต้องการสายเลือดมายืนยัน

    แต่ความสงบสุขนั้นก็ไม่ยืนยาว เมื่อยักษ์จักรกลชื่อ เมกาเลก (Megaleg) ที่ถูกบังคับโดย โบวเซอร์ จูเนียร์ (เบนนี ซาฟดี) และ คาเม็ค (เควิน ไมเคิล ริชาร์ดสัน) บุกโจมตีหอสังเกตการณ์ โรซาลิน่าใช้ไม้กายสิทธิ์สู้กลับและล้มเมกาเลกได้ แต่สัตว์ประหลาดกลับหันไปไล่ล่าลูมัสแทน เธอปกป้องลูกๆ จนถูกจับตัวไปในที่สุด พร้อมกับลูมัสสีเหลืองตัวเล็กตัวหนึ่ง


    มาริโอ ลุยจิ และการพบกับโยชิผู้ไม่คาดฝัน

    ขณะที่เรื่องราวในอวกาศกำลังมืดหม่น ชีวิตของสองพี่น้องบนโลกยังดำเนินต่อไปตามปกติ มาริโอ (คริส แพรตต์) และลุยจิ (ชาร์ลี เดย์) ขี่มอเตอร์ไซค์ไปยัง เมืองโทสตาเรนา ในแดนทราย ซึ่งชาวบ้านที่เป็นโครงกระดูกน่ารักแจ้งว่ามีสิ่งแปลกปลอมในระบบท่อ

    การสำรวจพีระมิดด้วยดอกไม้เพลิงพาทั้งสองไปพบกับ โยชิ (โดนัลด์ กลาเวอร์) ไดโนเสาร์สีเขียวผู้มีเอกลักษณ์ ที่จริงแล้วโยชิในเวอร์ชันนี้ถือกำเนิดในบรูคลิน แต่หนีออกมาผ่านท่อวาร์ปเพราะมีคนพยายามจับเขา รายละเอียดนี้ฉลาดมาก เพราะมันเชื่อมโยงโยชิเข้ากับรากเหง้าของมาริโอในโลกแห่งความเป็นจริง และสร้างความผูกพันระหว่างทั้งสามได้อย่างเป็นธรรมชาติ สองพี่น้องรีบพาโยชิกลับบ้านโดยไม่ลังเล


    วันเกิดที่ไม่ใช่วันเกิด และของขวัญที่มีความหมาย

    กลับมาที่ราชอาณาจักรเห็ด ชาวโทดเตรียมจัดงานฉลองให้เจ้าหญิงพีช (อันย่า เทย์เลอร์-จอย) มาริโอที่แอบชอบพีชอยู่นั้นกังวลมากกับการเลือกของขวัญ เขาพาลุยจิและโยชิไปงาน และได้พบกับ โทด (คีแกน ไมเคิล-คีย์) ผู้ที่ไม่ค่อยปลื้มโยชิเท่าไหร่

    มาริโอชวนพีชขึ้นไปบนหลังคา และได้รู้ความจริงว่า วันนี้ไม่ใช่วันเกิดของพีช แต่เป็นวันที่ชาวโทดพบเธอและรับเธอมาเลี้ยง ฉากนี้สั้นแต่ทรงพลัง เพราะมันแสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นว่าพีชเป็น “คนนอก” ที่ถูกรับมา ซึ่งเป็นเงื่อนปมที่จะถูกคลายออกในช่วงท้ายของหนัง มาริโอมอบของขวัญที่เตรียมมา นั่นคือร่ม และทั้งสองก็นั่งดูดาวตกด้วยกัน ก่อนที่จะพบว่ามีสิ่งหนึ่งพุ่งชนลงมาในป่า และนั่นคือลูมัสที่โรซาลิน่าส่งมาหาพีช


    โบวเซอร์ตัวจิ๋ว งานศิลปะ และวิกฤตที่ปราสาท

    ระหว่างที่พีชและโทดเดินทางไปยัง ดาราจักรเกตเวย์ เพื่อหาโรซาลิน่า มาริโอและลุยจิถูกฝากให้ดูแลอาณาจักร แต่ภารกิจที่ดูง่ายนั้นกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อพวกเขาได้ไปเยี่ยม โบวเซอร์ (แจ็ค แบล็ก) ที่กำลัง “บำบัด” ตัวเองด้วยการวาดภาพหลังจากถูกทำให้ตัวเล็กลง

    ฉากโบวเซอร์วาดภาพตัวเองอวบอ้วนหล่อเหลาข้างเจ้าหญิงพีชนั้นตลกร้ายมาก มันบอกว่าเขายังรักพีชอยู่เสมอ แต่ตัณหาที่ถูกอัดแน่นออกมาเป็นงานศิลปะแทนที่จะเป็นการก่อกวน อย่างน้อยในช่วงนี้

    แต่แล้วจูเนียร์ก็บุกปราสาทด้วยแปรงวิเศษ และเกือบจะพาปราสาททั้งหลังลอยไปกับเขาได้ สองพี่น้องต้องรีบหาทางรับมือ โดยการพุ่งชนเมกาเลกให้ชนยานของจูเนียร์จนปราสาทหล่นกลับลงมา แต่ดันลงไปอยู่บนดาวอีกดวงในดาราจักรรังผึ้ง

    โบวเซอร์ฉวยโอกาสระหว่างความวุ่นวายหลอกให้มาริโอต่อย เพื่อสลายฤทธิ์เห็ดสีน้ำเงินที่ทำให้เขาตัวเล็ก กลับมาเป็นโบวเซอร์ร่างใหญ่อีกครั้ง แทนที่จะกลายเป็นศัตรู เขากลับบอกสองพี่น้องว่าเขา “เป็นพ่อที่แย่” และอยากพูดให้จูเนียร์เลิกทำเรื่องวุ่นวาย


    ราชินีน้ำผึ้ง ความเสียสละ และกับดักในอวกาศ

    ทีมของมาริโอเดินทางไปพบ ราชินีน้ำผึ้ง (Honey Queen) (อิสซา เร) ที่ไม่ค่อยพอใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในดาราจักรของเธอ แต่โบวเซอร์ตัดสินใจมอบตัวเป็นแรงงานทำงานชดใช้ เพื่อแลกกับการให้มาริโอ ลุยจิ และโยชิเดินทางต่อไปช่วยพีชได้

    ความเสียสละของโบวเซอร์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในจุดที่หนังทำได้ดีที่สุด เพราะมันสร้างความลังเลให้คนดูว่าเขาเปลี่ยนจริงหรือแค่แกล้งทำ แต่ไม่นานจูเนียร์ก็ลากพ่อของเขาขึ้นไปบนยานและดึงเขากลับสู่ฝ่ายมืด ยืนยันว่าธรรมชาติที่แท้จริงของโบวเซอร์ยังไม่ได้เปลี่ยน


    วาร์ท คาสิโนใต้ดิน และพีชที่ไม่ต้องการฮีโร่มาช่วย

    ขณะนั้นพีชและโทดอยู่ในดาราจักรเกตเวย์ เมื่อพีชเห็นภาพของโรซาลิน่า เธอเกิดภาพจำย้อนหลังขึ้นมาราวกับเคยเห็นหน้าเธอมาก่อน ก่อนจะได้สาวไปถึงความจริงในภายหลัง

    ลิงอุคิคิ (Ukiki) วิ่งมาขโมยของของโทด ทั้งสองไล่ตามลงไปในท่อระบายน้ำจนพบกับ คาสิโนลับ ที่บริหารโดย วาร์ท (หลุยส์ กุสมัน) นักเลงโทดผู้มีหน้าตาน่าเกรงขาม พีชเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับโรซาลิน่า แต่วาร์ทปล่อยลูกน้องมาเล่นงานแทน

    สิ่งที่น่าสนใจคือพีชสู้กลับด้วยร่มที่มาริโอให้ โทดสวมชุดเพนกวินต่อสู้อย่างกล้าหาญ และพีชกินเห็ดเพื่อเพิ่มขนาดจนวาร์ทยอมบอกว่าโรซาลิน่าอยู่ที่ ดาราจักรขยะอวกาศ ร่มของมาริโอที่ดูเหมือนของขวัญธรรมดากลับกลายเป็นอาวุธที่ช่วยชีวิต นั่นคือการสะท้อนว่าของขวัญที่ให้ด้วยความรักย่อมมีพลังที่ซ่อนอยู่


    ฟ็อกซ์ แมคคลาวด์ นักบินอวกาศที่คนรอมาทั้งชีวิต

    เมื่อไม่มีใครในดาราจักรเกตเวย์กล้าพาพีชไปยังดาราจักรขยะอวกาศ โชคก็นำพาให้เธอพบกับ ฟ็อกซ์ แมคคลาวด์ (เกล็น พาวเวลล์) นักบินอวกาศจากจักรวาล Star Fox ที่หลงทางจากทีมของตัวเอง เขาตกลงรับงานหลังได้รับค่าจ้าง และทีมก็รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์เมื่อมาริโอ ลุยจิ และโยชิมาสมทบ

    การปรากฏตัวของฟ็อกซ์คือ crossover ระดับตำนานสำหรับแฟนเกม Nintendo ฟ็อกซ์ แมคคลาวด์เป็นตัวละครจาก Star Fox ที่เดินทางท่องอวกาศมาตั้งแต่ปี 1993 การนำเขามาอยู่ในจักรวาลมาริโอและให้รับบทโดยเกล็น พาวเวลล์นั้นเป็นการเลือกที่ยอดเยี่ยม พาวเวลล์มีพลังงานที่เหมาะกับตัวละครที่เท่แต่ไม่หยิ่งพอดี


    ภัยพิบัติบนยาน: เมื่อทารกมาริโอและลุยจิต้องเอาตัวรอดจากไทแรนโนซอรัส

    เส้นทางสู่ดาวโบวเซอร์ไม่ราบรื่น จูเนียร์ยิงพี่น้องมาริโอด้วย ซูเปอร์สโคป จนทั้งสองแปลงร่างเป็น ทารก ขณะที่ยานของฟ็อกซ์ถูกยิงตกในฟอสซิล ฟอลส์

    ฉากที่โยชิและโทดต้องปกป้องทารกมาริโอและลุยจิจากไทแรนโนซอรัสนั้นสนุกและตลกในเวลาเดียวกัน แต่ก็แอบส่งสัญญาณสำคัญว่าโยชิในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ยานพาหนะ” แต่เขาคือสมาชิกที่มีหัวใจและความห่วงใยอย่างแท้จริง ก่อนที่ลุยจิจะส่งสัญญาณให้ลูมัสมาช่วยและทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ รวมถึงการเปลี่ยนไทแรนโนซอรัสให้กลายเป็นทารกด้วย


    มหาศึกบนดาวโบวเซอร์: ทุกคนมีวีรกรรมของตัวเอง

    ทีมฮีโร่บุกเข้าไปในดาวโบวเซอร์และแยกย้ายกันทำภารกิจ พีชอ่านหนังสือนิทานของลูมัสและค้นพบความจริงว่าเธอกับโรซาลิน่า มีพลังที่เสริมกันได้ ขณะที่มาริโอและพีชร่วมกันผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของจูเนียร์จนถึงสะพาน ซึ่งโบวเซอร์รอด้วยขวานสองข้าง

    ฮีโร่กระโดดข้ามโบวเซอร์ มาริโอตัดสะพาน โบวเซอร์ตกลงสู่ลาวาข้างล่าง และฟื้นขึ้นมาในร่าง ดราย โบวเซอร์ ราชากะโหลก ที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม

    ลุยจิมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเมื่อเขาแย่งแปรงวิเศษจากจูเนียร์และใช้มันวาดภาพ นายเกม แอนด์ วอทช์ ขึ้นมา ซึ่งช่วยทุบโบวเซอร์จนแตกกระจาย ส่วนจูเนียร์แย่งแปรงคืนแล้วปลุก มังกรแห่งความพินาศ แต่มังกรนั้นก็กลืนกินตัวเขาเอง มาริโอพลังเต็มพุ่งทะลุมังกรเพื่อช่วยจูเนียร์ออกมา


    ความลับสายเลือด: โรซาลิน่าคือพี่สาวของพีช

    และนี่คือ เปิดเผยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์ พีชค้นหาโรซาลิน่าจนพบเธออยู่ในลูกบอลแก้ว แต่โรซาลิน่าอ่อนแอเกินกว่าจะใช้พลังปลดปล่อยตัวเองได้

    พีชวางมือบนลูกบอลแก้ว และพลังของสองพี่น้องก็หลอมรวมกัน ในทันทีนั้น ทุกอย่างในดาวโบวเซอร์เริ่มเปลี่ยนแปลง สถานที่มืดหม่นแห่งนี้สว่างขึ้น กลายเป็นดินแดนที่มีชีวิตชีวา

    ก่อนหน้านั้นพีชได้อ่านนิทานในหนังสือของลูมัสซึ่งช่วยให้เธอเข้าใจความจริงว่า โรซาลิน่าคือพี่สาวของเธอ และเธอต้องส่งพีชออกไปเพื่อปกป้องเธอจากภัยคุกคาม


    บทส่งท้ายและฉากหลังเครดิต

    ฮีโร่กลับบ้าน มาริโอและลุยจิต้องสารภาพกับพีชว่าปราสาทถูกทำลาย ด้วยพลังของโรซาลิน่าและลูมัส ปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างสวยงาม ในพิธีเปิดปราสาท พีชจูบแก้มมาริโอ และเขาก็พุ่งขึ้นฟ้าพร้อมตะโกน “Wahoo!” อย่างมีความสุข

    ฉากกลางเครดิต: ยานของฟ็อกซ์ได้รับการซ่อมแซม เขารับหน้าที่ส่งตัวโบวเซอร์และจูเนียร์เข้าคุก แต่ทั้งสองพยายามหลบหนีจนถูก ลูมาลี (จูเลียต เจเลนิก) ซึ่งตอนนี้ทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัย จัดการเอาไว้ด้วยความน่ากลัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

    ฉากหลังเครดิต: กลับมาที่ดาราจักรเกตเวย์ ลิงอุคิคิกำลังขโมยของอีกครั้ง แต่คราวนี้โดนต่อยจนสลบโดยคนแปลกหน้า เมื่อชาวบ้านวิทเทิลหันไปขอบคุณ ก็พบว่านั่นคือ เจ้าหญิงเดซี่ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนถึงภาคต่อที่กำลังมา


    วิเคราะห์และสรุปคะแนน: หนังเกมที่กล้าโตกว่าที่คาด

    The Super Mario Galaxy Movie ทำสิ่งที่ภาคแรกไม่ได้ทำ นั่นคือการสร้างตัวละครให้มีความลึกอย่างแท้จริง พีชไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป ลุยจิมีวีรกรรมของตัวเอง จูเนียร์เป็นผู้ร้ายที่มีแรงจูงใจอันซับซ้อน และโรซาลิน่ากลายเป็นตัวละครที่มีน้ำหนักในเชิงอารมณ์อย่างไม่คาดคิด

    การเลือกนักแสดงก็ยอดเยี่ยม บรี ลาร์สันถ่ายทอดความเงียบสงบแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดของโรซาลิน่าได้อย่างสมบูรณ์ เกล็น พาวเวลล์ในบทฟ็อกซ์ แมคคลาวด์นั้นสนุกและเข้ากันได้ดีกับทีม และแจ็ค แบล็กยังคงเป็นโบวเซอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสื่อใดๆ

    จุดแข็ง: จังหวะการเล่าเรื่องที่ดีกว่าภาคแรก, การเปิดเผยความสัมพันธ์พีช-โรซาลิน่าที่กระทบใจ, ฉาน Dry Bowser ที่น่าตื่นเต้น, และการใช้ลูมาลีในฉากหลังเครดิตที่สร้างเสียงหัวเราะได้อย่างไม่คาดฝัน

    จุดอ่อน: วาร์ทที่มีเวลาบนจอน้อยเกินไปสำหรับตัวละครที่น่าสนใจ และการเดินทางในช่วงกลางเรื่องบางส่วนรู้สึกเร่งเกินไปเล็กน้อย

    คาดการณ์ภาคต่อ: เดซี่และดาราจักรเกตเวย์คือประตูสู่การผจญภัยใหม่ และการกลับมาของฟ็อกซ์ แมคคลาวด์น่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจนมีบทบาทใหญ่ขึ้นในภาคต่อไป จักรวาล Nintendo ที่แผ่ขยายผ่านภาพยนตร์นี้ยังมีห้องว่างให้ตัวละครอีกมากมาย

    คะแนนความประทับใจ: 8.5/10 — หนังเกมที่กล้าโตขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่มันทำได้

     

Comments are closed.