3 สมาคมอสังหาฯ ปรับรูปแบบและโทนสีงานมหกรรมบ้านคอนโดครั้งที่ 48 เดินหน้าต่อเพื่อธุรกิจ ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงมติที่สำคัญของการหารือร่วมกันระหว่าง 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย โดยทั้ง 3 สมาคมได้ร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจที่จะเดินหน้าจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 48 ตามแผนที่วางไว้ แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การประชุมหารือร่วมกันของทั้ง 3 สมาคมในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความเคารพในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจที่ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเศรษฐกิจของประเทศและความเป็นอยู่ของผู้คนนับแสนชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 48 นี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นงานอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งในช่วงปลายปี โดยปกติแล้วงานนี้จะเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ และบรรยากาศที่คึกคักมากมาย แต่ในครั้งนี้จะมีการปรับเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นมาอย่างชัดเจน การปรับเปลี่ยนโทนสีและบรรยากาศงานเพื่อแสดงความอาลัย หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของงานในครั้งนี้คือการปรับโทนสีของงานทั้งหมดเป็นสีขาวดำ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน การเปลี่ยนแปลงนี้จะเห็นได้ตั้งแต่การตะแตงตกแต่งสถานที่จัดงาน ป้ายโฆษณา ตลอดจนเอกสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่จะใช้โทนสีขาวดำแทนโทนสีสันสดใสที่เคยใช้ในงานครั้งก่อนๆ การปรับเปลี่ยนโทนสีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงภายนอกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการแสดงความเคารพและความเหมาะสม ทั้ง 3 สมาคมได้มีการประสานงานกับผู้ประกอบการทุกรายที่จะมาร่วมออกบูธในงาน เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการจัดงานครั้งนี้ นอกจากการปรับโทนสีแล้ว ทั้ง 3 สมาคมยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการแต่ละบูธให้งดการจัดกิจกรรมที่รื่นเริงสนุกสนานต่างๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมบ้านและคอนโดในอดีต เช่น การจัดโชว์ดนตรี การแสดงบนเวที การแจกของรางวัลแบบมีเสียงดังและคึกคัก รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีลักษณะเฟสติวัลอื่นๆ … Read more

stafford

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

martin

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

harris

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

harris

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

pelt

หวยลาวพัฒนา หวยหุ้น เลขเด็ด  หวยฮานอย รีวิวสุดยอดเว็บแทงหวยออนไลน์  มวยพักยก วันนี้มีนัดหมายอะไร ข่าวเกมส์ Roblox ซีรีส์ อนิเมะ เลขพารวย  ผลบอลสด 

จับได้แล้ว! ชายวัย 62 ปี ขโมยมือถือไป 1 เดือน เจ้าของจำรถจักรยานยนต์ได้ แจ้งตำรวจรวบตัวทันที

เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุมนายปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ในข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร” ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีโทษจำคุกและปรับ การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของฝ่ายสืบสวนและชุดสายตรวจที่ได้ติดตามคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งเดือน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่หยุดการติดตามผู้ต้องหา ของกลางที่ยึดได้ครบถ้วน รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ครบถ้วน ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO รุ่น V27 สีเขียวหยก ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 15,000 บาท เป็นโทรศัพท์ที่ถูกลักไปจากผู้เสียหาย, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ฟีลาโน่ สีดำ ซึ่งเป็นรถของผู้ต้องหาที่ใช้ในการก่อเหตุ และหมวกกันน็อกสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหมวกที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ครบถ้วนทั้งโทรศัพท์มือถือที่ถูกขโมยไป รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และหมวกกันน็อกที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด ทำให้คดีนี้มีหลักฐานที่ชัดเจนและแน่นหนา ยากที่ผู้ต้องหาจะปฏิเสธความผิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์มือถือที่ยังคงอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหายังคงเก็บรักษาของที่ลักมาไว้ใช้เอง สถานที่จับกุม บริเวณที่จอดรถคลองถมเซนเตอร์ การจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นที่บริเวณอาคารจอดรถคลองถมเซนเตอร์ ชั้น 2 ถนนวรจักร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เสียหายได้พบเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุจอดอยู่ … Read more

2หนุ่มจูงวัวริมถนน สลดรถเกี่ยวข้าวตกจากรถบรรทุกทับร่าง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย วัวสิ้นใจอีกตัว

เมื่อเวลาประมาณ 13:17 น. พันตำรวจเอก สมรพ รักแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหัวไทร ได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานสอบสวนว่าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบริเวณทางโค้งริมถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร โดยมีรายงานว่ารถเกี่ยวข้าวได้ตกจากรถบรรทุกและทับร่างคนและสัตว์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พันตำรวจเอก สมรพ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลหัวไทร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งหัวไทร รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียด สภาพที่เกิดเหตุและการพบศพ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบสภาพที่น่าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง บริเวณทางโค้งของถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร ในเขตหมู่ที่ 1 ตำบลทรายชาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช พบศพของชายหนุ่มนอนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งต่อมาได้รับการระบุตัวตนว่าเป็นนายชาญณรงค์ อายุ 24 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ร่างของผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทับด้วยน้ำหนักของรถเกี่ยวข้าวที่มีน้ำหนักมหาศาล ขณะที่อีกคนหนึ่งคือนายพรศักดิ์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับการนำส่งไปยังโรงพยาบาลหัวไทรเพื่อรับการรักษาแล้วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง สภาพของผู้บาดเจ็บอยู่ในระหว่างการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหนักจากการถูกทับอย่างรุนแรง นอกจากมนุษย์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบศพของวัวชนตัวหนึ่งนอนเสียชีวิตอยู่ในคูน้ำริมถนนบริเวณที่เกิดเหตุ วัวตัวนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกันจากการถูกรถเกี่ยวข้าวที่มีน้ำหนักหลายตันตกลงมาทับ ทำให้เสียชีวิตคาที่ รถเกี่ยวข้าวและรถบรรทุกที่เกิดเหตุ ที่จุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถเกี่ยวข้าวซึ่งเป็นเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ที่ใช้ในการเกี่ยวข้าว พลิกตะแคงอยู่บนพื้นถนนและริมคูน้ำ สภาพของรถเกี่ยวข้าวบ่งบอกว่าได้ตกจากความสูงและมีแรงกระแทกอย่างรุนแรง ส่วนประกอบบางส่วนของเครื่องจักรกระจัดกระจายอยู่โดยรอบ ขณะเดียวกันรถบรรทุกที่บรรทุกรถเกี่ยวข้าวมา ซึ่งเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ จอดอยู่บนถนนห่างจากจุดที่รถเกี่ยวข้าวตกลงมาประมาณ 20-30 … Read more

จ่าทหารเรือพลัดตกแฟลตชั้น 4 สาหัส อ้างถูกรุ่นพี่คุกคามทางเพศ กองทัพเรือเร่งสอบข้อเท็จจริง

ในเวลา 03.06 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบได้รับแจ้งเหตุเหตุการณ์ร้ายแรงภายในพื้นที่ส่วนกลางของทหารเรือ มีผู้พลัดตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัส ณ แฟลตส่วนกลางทหารเรือ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เร่งออกปฏิบัติการและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ เพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะหน่วยทหาร จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ ผู้บาดเจ็บพบในสภาพสาหัส ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บเป็นจ่าทหารเรือชายรายหนึ่ง อายุประมาณ 20 ปี กำลังนอนอยู่บนสนามหญ้าบริเวณด้านหน้าอาคารแฟลต โดยผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาการแขนขวาหักผิดรูป และขาซ้ายหักผิดรูปเช่นกัน ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่สอดคล้องกับการตกจากที่สูง เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีความชำนาญได้เข้าดำเนินการให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐาน โดยดูแลให้ผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ตรึงแขนและขาที่หักเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมในการนำส่งโรงพยาบาล หลังจากให้การปฐมพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพเรือที่มีความพร้อมในการรักษาพยาบาล เพื่อรับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป คำให้การของผู้บาดเจ็บ เผยเหตุผลที่กระโดดหนี จากการสอบถามเบื้องต้นขณะที่ผู้บาดเจ็บยังมีสติและสามารถให้ข้อมูลได้ ผู้บาดเจ็บได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์พลัดตกจากที่สูงในครั้งนี้ เขาถูกทหารเรือรุ่นพี่รายหนึ่งพยายามคุกคามทางเพศภายในห้องพักของตนเอง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกลัวอย่างรุนแรงและรู้สึกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ด้วยความตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ผู้บาดเจ็บจึงตัดสินใจหนีออกจากห้องพัก โดยเลือกที่จะกระโดดออกจากระเบียงของห้องพักซึ่งอยู่ชั้น 4 ของอาคารแฟลต เพื่อหลบหนีจากสถานการณ์คุกคามทางเพศที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งการกระโดดจากความสูงดังกล่าวส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสดังที่พบเห็น … Read more

จับฆาตกรโหดฟันหัววินมอเตอร์ไซค์ 72 ปี ยัดกระสอบโยนทิ้งน้ำ ก่อนชิงรถกระบะหลบหนี

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อมีรายงานการพบศพชายสูงอายุในพื้นที่ ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะบริเวณสะพานบ้านนาคานหัก–บ้านเดื่อ หมู่ 1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีผู้สัญจรไปมาไม่มากนัก ชาวบ้านที่พบเหตุได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในแหล่งน้ำใกล้สะพาน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นศพชายสูงอายุ ต่อมาทราบชื่อว่า นายประเสริฐ สิเนหา อายุ 72 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ประกอบอาชีพขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างและรถกระบะรับจ้างที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น สาขาชุมแพ สภาพศพอยู่ในสภาพที่น่าสะพรึงกลัว โดยมีกระสอบสีเขียวคลุมหัวอยู่ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีบาดแผลที่น่าสงสัยหลายแห่ง รายละเอียดการบาดเจ็บของผู้เสียชีวิตมีความรุนแรงมาก ประกอบด้วยรอยฟันของอาวุธมีคมบริเวณท้ายทอย จำนวน 1 แผล นอกจากนี้ยังพบรอยกระทบจากของแข็งอีก 2 แผล ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการทุบตีด้วยก้อนหินหรือวัตถุแข็งอื่นๆ ลักษณะบาดแผลสะท้อนถึงความรุนแรงและการใช้กำลังอย่างมากในการก่อเหตุ บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะทำร้ายให้ถึงชีวิต เบาะแสสำคัญจากเสื้อกั๊กวินมอเตอร์ไซค์ ใกล้กับบริเวณที่พบศพ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือเสื้อกั๊กสีขาวที่มีข้อความเขียนไว้ชัดเจนว่า “รถรับจ้าง บขส.ชุมแพ เลข 17” เสื้อกั๊กชิ้นนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนที่นำไปสู่การติดตามตัวผู้ต้องหา จากเสื้อกั๊กดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น สาขาชุมแพ และได้รับการยืนยันว่านายประเสริฐเป็นคนขับรถรับจ้างที่จอดรับผู้โดยสารอยู่เป็นประจำ ซึ่งมีทั้งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างและรถกระบะโตโยต้าสีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ยค 4221 … Read more