เสียงร้องลั่นหอพักพัทยา! พบทารกแรกเกิดถูกทิ้ง สายสะดือยังไม่ตัด คราบเลือดเต็มตัว

ร้อยตำรวจเอกปกรณ์ ประกอบนันท์ รองสารวัตรฝ่ายสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุการณ์พบทารกถูกทิ้งภายในหอพักพนักงานแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงได้ประสานงานและเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุโดยทันที พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เพื่อให้ความช่วยเหลือทารกที่ถูกทิ้งอย่างเร่งด่วน สถานที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีความสูง 3 ชั้นครึ่ง ประกอบด้วย 10 คูหา ซึ่งได้รับการดัดแปลงและปรับปรุงให้เป็นหอพักสำหรับพนักงานของโรงแรมระดับชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว โดยมีพนักงานจากหลากหลายสัญชาติเข้าพักอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นสถานที่ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและมีมาตรการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน รายละเอียดสภาพของทารกที่ถูกค้นพบ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบบริเวณทางเดินชั้นลอยของชั้น 2 ภายในหอพักดังกล่าว พบทารกเพศชายแรกเกิดที่มีอายุประมาณไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง โดยทารกยังคงมีชีวิตอยู่และส่งเสียงร้องด้วยความอ่อนแรง อย่างน่าเวทนาสะเทือนใจ สภาพของทารกค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยร่างกายไม่ได้สวมเสื้อผ้าใดๆ เลย ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าสีเขียวอย่างคร่าวๆ และถูกวางนอนอยู่บนกระสอบปุ๋ยสีขาว ซึ่งวางทิ้งไว้ตรงบริเวณทางเดินที่มีแสงสว่างน้อยมาก สภาพร่างกายของทารกน้อยปรากฏคราบเลือดติดอยู่ทั่วเนื้อตัว ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเลือดที่เหลือจากการคลอด และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือสายสะดือของทารกยังไม่ได้รับการตัดหรือดูแลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทารกน่าจะถูกนำมาทิ้งทันทีหลังจากการคลอด โดยไม่ได้รับการดูแลเบื้องต้นใดๆ เลย สภาพดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่เห็นถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของทารก จึงได้ประสานงานกับโรงพยาบาลเมืองพัทยาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้ามารับตัวทารกไปดูแลและให้การรักษาอย่างเร็วที่สุด คำให้การของผู้พบเหตุ เปิดเผยรายละเอียดช่วงเวลาก่อนพบเหตุ จากการสอบปากคำพยานผู้พบเหตุ นางสาวนาง (นามสมมติ) อายุ 56 ปี สัญชาติไทยใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พักอาศัยภายในหอพักแห่งนี้ ได้ให้การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า … Read more

“หลวงตาสุจย์” ขู่ปิดร้านกาแฟคนไทยในกัมพูชา หลังถูกวิจารณ์บนโซเชียลไม่หยุด – ไม่กล้ากลับไทย

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า “ชุมชนคนสุรินทร์” ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาน่าตกใจ ในคลิปดังกล่าว หลวงตาสุจย์ได้กล่าวถึงร้านกาแฟที่มีชื่อว่า “361 THREE SIX ONE Beyond café space” ซึ่งเป็นธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไทยที่ได้ไปลงทุนเปิดกิจการในประเทศกัมพูชาหลายสาขา เพจดังกล่าวได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความที่ระบุว่า “ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ท่านบิ๊กสุจย์ Such Nana ร้านเขาไปทำอะไรให้ ถึงขู่จะปิดร้านเขา หึ” ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจและความสงสัยของประชาชนต่อพฤติกรรมของหลวงตาสุจย์ที่ออกมาข่มขู่ธุรกิจของเพื่อนร่วมชาติ รายละเอียดคำพูดที่สร้างความตกตะลึง ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ หลวงตาสุจย์ได้กล่าวว่า “361 THREE SIX ONE เป็นร้านอาหารของคนไทยที่มาเปิดในกัมพูชา ผมก็ให้เกียรติ ผมไม่เคยกลั่นแกล้ง แต่ถ้าคนไทยยังด่าผมทุกวันๆ อยู่อย่างนี้ 361 THREE SIX ONE อยู่ไม่ได้หรอกครับ หลายสาขาในกัมพูชา ปิดตัวลงแน่นอน” ท่านยังได้เน้นย้ำว่า “ร้าน 361 THREE SIX ONE เป็นของคนสุรินทร์ ผมให้เกียรติคนสุรินทร์ ผมให้เกียรติคนไทย เอาผมทุกวันๆ … Read more

จับคู่สามีภรรยาตระเวนลักหมวกกันน็อกแบรนด์เนมราคาแพง ขายผ่านเฟซบุ๊ก เผยก่อเหตุหลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมนายนิรัติศัย เพ็ชร์เจริญ อายุ 37 ปี และนางสาวรสสุคล หยาดทอง อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และรับของโจร ณ บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ซอยสายไหม 56 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยการจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนและติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด หลังจากได้รับแจ้งจากผู้เสียหายถึงการสูญหายของหมวกกันน็อกราคาแพง ผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกจับกุมพร้อมของกลาง คือหมวกกันน็อกยี่ห้อ Bimola ลายวันพีชสีส้ม ซึ่งเป็นหมวกกันน็อกแบบเต็มใบมีราคาประมาณ 3,000 บาท ที่ได้ลักมาจากรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย และกำลังจะนำไปส่งมอบให้กับผู้ที่ติดต่อซื้อผ่านทางเฟซบุ๊ก เหตุการณ์ที่นำไปสู่การจับกุม คดีนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เมื่อผู้เสียหายได้มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสายไหมว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. ตนเองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่ตลาดเซฟวัน โก โดยได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่จุดจอดรถจักรยานยนต์ภายในบริเวณตลาด ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามสำนักงานเขตสายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ผู้เสียหายเล่าว่าขณะนั้นได้วางหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ยี่ห้อ Bimola … Read more

รถกระบะซิ่งด้วยความเร็วสูงเสียหลักพุ่งตกคลองน้ำ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต ขณะที่ผู้โดยสารรอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณเช้ามืด ร้อยตำรวจตรี อนันต์ สีเสน รองสารวัตรฝ่ายสอบสวน สถานีตำรวจภูธรนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีรถกระบะตกลงในคลองน้ำบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้งมีรายงานว่ามีผู้ติดอยู่ภายในรถที่จมน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบประสานงานกับหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ เพื่อเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน โดยระหว่างทางได้มีการเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยและช่วยเหลือไว้อย่างพร้อมเพรียง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ สภาพที่พบเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ รถกระบะแค็บยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผฉ 3296 นครราชสีมา จมอยู่ในคลองน้ำที่มีความลึกพอสมควร ตัวรถเอียงไปทางด้านคนขับซึ่งจมลงไปในน้ำจนมิดคัน ขณะที่ด้านผู้โดยสารยังลอยอยู่เหนือน้ำบางส่วน ทำให้ผู้โดยสารสามารถลอยคอและยังมีชีวิตรอดได้ ชาวบ้านผู้กล้าหาญกระโดดลงช่วยเหลือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาถึง ชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ได้แสดงความกล้าหาญและจิตใจที่ดีงามด้วยการกระโดดลงไปในคลองน้ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พวกเขาสามารถช่วยเหลือนายเอนก (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่ลอยคออยู่ภายในรถได้อย่างทันท่วงที ด้วยการประคองตัวให้สามารถหายใจได้จนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาถึง ความกล้าหาญของชาวบ้านเหล่านี้ได้ช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้ได้ เพราะหากปล่อยให้อยู่ในสภาพดังกล่าวนานขึ้น อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาถึงในเวลาต่อมาได้ทำการช่วยเหลือนายเอนกขึ้นมาจากรถอย่างระมัดระวัง และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้น โชคดีที่ผู้โดยสารไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพียงแค่มีอาการช็อกและบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น คนขับรถเสียชีวิตภายในรถที่จมน้ำ ในขณะที่ผู้โดยสารได้รับการช่วยเหลือและรอดพ้นจากอันตราย แต่สำหรับนายสมคิด (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ผู้เป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าว กลับมีชะตากรรมที่แตกต่างออกไปอย่างน่าเศร้า … Read more

จับแก๊งสาวประเภทสองลักข้าวเปลือก เปิดใจเจ๊งธุรกิจร้านลาบ-ส้มตำ หันขโมยข้าวชาวนาขายหาเงิน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวนายวรวุฒิ อายุ 34 ปี สาวประเภทสอง และนางสาวจินดารัตน์ อายุ 37 ปี ซึ่งทั้งสองคนมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พร้อมทั้งยึดของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุลักขโมยข้าวเปลือกครั้งนี้ การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาทั้งสองคนขณะก่อเหตุ โดยทั้งสองได้ร่วมกันตระเวนลักขโมยข้าวเปลือกของเกษตรกรชาวนา ที่เก็บไว้ในยุ้งฉางในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอห้วยราชและอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาใช้รถยนต์กระบะดังกล่าวในการบรรทุกข้าวเปลือกที่ลักขโมยมาได้ แล้วนำไปขายให้กับร้านรับซื้อข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดใจผู้ต้องหา ธุรกิจร้านอาหารล้มเหลว หันมาขโมยข้าวหาเงิน จากการสอบปากคำนายวรวุฒิ สาวประเภทสองซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาหลัก ได้ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านลาบอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม แต่กิจการไม่เป็นไปตามที่หวัง ขายไม่ดี ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก จึงต้องปิดร้านลงในที่สุด ผู้ต้องหาให้การว่าได้ลักขโมยข้าวเปลือกในพื้นที่อำเภอห้วยราชได้ประมาณ 20 กว่ากระสอบ จากนั้นนำไปขายให้กับร้านรับซื้อข้าวแห่งหนึ่งในอำเภอสตึก ในราคากิโลกรัมละ 14 บาท ได้เงินมาทั้งหมด 12,000 บาท หลังจากนั้นทั้งสองได้แบ่งเงินที่ได้จากการขายข้าวที่ลักมากัน แล้วพากันหลบหนีไปยังจังหวัดสระบุรี … Read more

พ่อเฒ่าวัย 76 ปี ยิงภรรยาดับคาบ้านก่อนปลิดชีพตาม หวั่นคู่ชีวิตอยู่ต่อคนเดียวจะลำบาก

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 18.10 น. เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อชาวบ้านในละแวกนั้นได้ยินเสียงปืนดังก้องขึ้นถึง 3 นัด จากบ้านพักอาศัยของคู่สามีภรรยาวัยชรา ด้วยความตกใจและหวาดกลัว ชาวบ้านจึงไม่กล้าเข้าไปดูด้วยตนเอง แต่รีบแจ้งเหตุไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าไปตรวจสอบทันที เจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบพบศพสองราย หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจตรีณัฐวัฒน์ พลเยี่ยม สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางตาเถร พร้อมด้วย พันตำรวจเอกปริญญา เกาชวัต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางตาเถร นำกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขตอำเภอสองพี่น้อง ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวในชุมชนเล็กๆ ที่เงียบสงบ เจ้าหน้าที่พบฉากที่น่าสะเทือนใจ ที่บริเวณโรงจอดรถหน้าบ้าน มีศพของชายและหญิงซึ่งเป็นสามีภรรยากัน นอนเคียงกันอยู่ด้านท้ายรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีน้ำเงิน ในสภาพที่เสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ศพฝ่ายชาย ระบุชื่อในภายหลังว่าเป็นนายสมาน (นามสมมติ) อายุ 76 ปี นอนหงายอยู่ในลักษณะที่ถูกยิงที่บริเวณขมับข้างขวาเพียง 1 นัด ที่บริเวณปลายเท้าของผู้เสียชีวิตพบอาวุธปืนพกสั้นแบบกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มิลลิเมตร … Read more

พบศพหญิงวัย 55 ปี ถูกฆ่ารัดคอถ่วงท่อนไม้ทิ้งบ่อน้ำ หลังหายตัวนานกว่า 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.30 น. พันตำรวจโท ชายชาญ กมุทชาติ รองสารวัตรสอบสวนสภานักงานตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในน้ำ บริเวณหมู่บ้านสระสี่มุม หมู่ที่ 10 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี พันตำรวจโท ชายชาญ กมุทชาติ ได้รายงานเหตุไปยัง พันตำรวจเอก ยงยอด สิทธิสาร ผู้กำกับการสภานักงานตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เพื่อทราบและสั่งการ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จังหวัดเพชรบุรี ให้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อร่วมกันตรวจสอบและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด สภาพที่เกิดเหตุและศพ จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านได้ขุดขึ้นมา ตั้งอยู่ภายในเขตหมู่บ้านสระสี่มุม เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงพบศพผู้เสียชีวิตลอยคว่ำหน้าอยู่บนผิวน้ำ สภาพศพมีลักษณะขึ้นอืดอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าได้เสียชีวิตมาแล้วระยะหนึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อตรวจสอบสภาพของศพอย่างละเอียด พบว่ามีร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงการถูกฆาตกรรมอย่างชัดเจน บริเวณลำคอของผู้เสียชีวิตมีผ้าขาวม้าและเชือกฟางพันรัดอยู่แน่น แสดงให้เห็นว่าผู้เสียชีวิตน่าจะถูกรัดคอจนหมดสติหรือเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าแขนซ้ายของผู้เสียชีวิตขาดไป ซึ่งอาจเกิดจากการถูกทำร้ายหรือสัตว์น้ำกัดกิน สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือพบว่าลำตัวส่วนล่างของผู้เสียชีวิตตั้งแต่บริเวณใต้ราวนมไปจนถึงส่วนเอวและท่อนขาทั้งสองข้าง ถูกมัดด้วยลวดติดกับท่อนไม้ขนาดใหญ่อย่างแน่นหนา คาดการณ์ว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้นี้เป็นน้ำหนักในการถ่วงศพให้จมลงไปในน้ำ เพื่อไม่ให้ศพลอยขึ้นมาและถูกค้นพบได้ง่าย แสดงให้เห็นถึงการวางแผนฆาตกรรมอย่างรอบคอบและโหดเหี้ยม สิ่งของที่พบในตัวผู้เสียชีวิต สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้คือ เมื่อตรวจค้นตัวผู้เสียชีวิตพบเงินสดจำนวนประมาณ … Read more

หนุ่มก่อสร้างฉุนถูกด่า ชักมีดแทงคอพนักงานสะดวกซื้อบาดเจ็บสาหัส ตำรวจปากเกร็ดรวบตัวได้แล้ว

เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในซอยวัดกู้ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กำลังให้บริการลูกค้าตามปกติในยามราตรี ทันใดนั้นก็มีเสียงโต้เถียงดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิง ก่อนที่จะมีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลปากเกร็ดได้รับแจ้งเหตุทันทีว่ามีผู้ถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดภายในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบภาพที่น่าสะเทือนใจ บริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินของร้านมีคราบเลือดกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธมีดที่เปื้อนเลือดวางทิ้งอยู่บนพื้นร้าน ซึ่งเป็นของกลางสำคัญที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ผู้เสียหายสาหัสถูกส่งโรงพยาบาลด่วน ผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้คือ นางสาวกนิษฐา แสงจันทร์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นพนักงานประจำร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ นางสาวกนิษฐาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณลำคอและแขน ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก พลเมืองดีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ช่วยเหลือนำตัวผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลวิภารามปากเกร็ดอย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าได้รับการรักษาจากทีมแพทย์และพยาบาล สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นอยู่ในระดับสาหัส ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจากที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง การสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และการเก็บอาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุเพื่อนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและร่องรอยอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดีต่อไป การสืบสวนและติดตามตัวผู้ต้องหา หลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ทีมสืบสวนของสถานีตำรวจนครบาลปากเกร็ดได้เริ่มดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างจริงจัง โดยใช้ข้อมูลจากพยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการสืบสวน จากการสอบถามพยานและตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ว่าเป็นชายหนุ่มชื่อ นายจีระวัฒน์ หรือชื่อเล่นว่า จรูณ อินประโคน อายุ … Read more

ชายหลอนยาก่อเหตุป่วน! ขับรถไล่ทำร้ายประชาชนกว่า 10 คน ทั่วบางปะกง อ้างแก้แค้นคนทำร้ายลูก

เมื่อเวลา 11.09 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ว กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านค้าปากซอยสินงอกงาม หมู่ที่ 19 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้บันทึกภาพนาทีสะเทือนขวัญไว้ได้ โดยพบว่ามีรถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 8297 ราชบุรี ขับเข้ามาจอดหน้าร้านค้าดังกล่าว ชายคนขับสวมเสื้อสีส้มซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า นายพิชิต อายุ 39 ปี ได้ลงจากรถและเดินตรงเข้าหาแรงงานชาวเมียนมาสองคนที่กำลังมาซื้อของที่ร้าน โดยนายพิชิตเข้าไปหาเรื่องทันทีด้วยคำถามว่า “พวกมึงใช่ไหมที่มาทำร้ายลูกชายกู” ทำให้หนุ่มชาวเมียนมาทั้งสองคนยืนงงไปตามๆ เพราะไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อน การทำร้ายที่รวดเร็วและรุนแรง ก่อนที่ทั้งสองคนจะทันได้ตอบคำถามหรือแม้แต่จะอธิบายอะไร นายพิชิตก็ได้ใช้เท้าเตะเข้าที่บริเวณก้านคอของหนุ่มเมียนมาคนหนึ่งอย่างแรง ก่อนจะวิ่งไล่ทำร้ายทั้งสองคนอย่างต่อเนื่องจนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยผู้เสียหายไม่มีโอกาสป้องกันตัวหรือหลบหนีได้ทัน ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการกระทำของนายพิชิต ซึ่งอยู่ในอาการไม่ปกติ มีอาการหลอนจากการเสพสารเสพติด และกระทำการทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้จักอย่างไร้เหตุผล ลำดับเหตุการณ์ก่อนหน้า – ทำร้ายพ่อลูกขายไก่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนุ่มชาวเมียนมาทั้งสองคนนั้น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ในวันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจพบว่า ก่อนหน้านี้ นายพิชิตได้ก่อเหตุทำร้ายผู้คนหลายรายมาแล้ว เหยื่อรายแรก – พ่อลูกขายไก่ … Read more

สลด! รถครอบครัว 9 ชีวิตกลับจากงานรับปริญญา เกิดหลับในพุ่งชนท้ายเทรลเลอร์ สูญเสียผู้สูงอายุ 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง บริเวณหมู่ที่ 15 ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน บริเวณที่เกิดเหตุเป็นช่วงถนนที่มีการจราจรค่อนข้างคับคั่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งในช่วงเวลาเช้ามืดมักมีการมองเห็นที่จำกัด เป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สภาพรถยนต์และสถานที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น 7 ที่นั่ง ทะเบียนจังหวัดสงขลา อยู่ในสภาพที่ชำรุดเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านหน้าของรถที่พังยับเยินจนแทบจะจำรูปทรงเดิมไม่ได้ ตัวรถตกอยู่ข้างทางในท่าที่บ่งบอกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงมาก ภายในรถยนต์ที่เกิดเหตุพบผู้โดยสารทั้งหมด 9 คน ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงสาหัสวิกฤต ที่น่าอัศจรรย์ก็คือเด็กหญิงอายุเพียง 2 ขวบสามารถรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์ท่ามกลางความโศกเศร้า รายละเอียดผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 ราย มีอาการที่แตกต่างกันไป โดยแยกเป็น: ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ผู้ที่อยู่ในอาการโคม่า … Read more