เจ๊เอ๋ สระบุรี โวยแรง! ชี้ สว.อังคณา รับเงินเดือนจากภาษีคนไทยแต่ไปปกป้องสิทธิคนเขมร แนะคิดก่อนพูด
สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ยังคงมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมและอินฟลูเอนเซอร์หลายรายที่พยายามสร้างกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ล่าสุดเกิดกรณีที่สร้างความถกเถียงในสังคมอย่างมาก หลังสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินการของอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าไปในพื้นที่ ทำให้เกิดการโต้แย้งและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง “กัน จอมพลัง” นำเครื่องเสียงฉายหนังกลางแปลงในพื้นที่บ้านหนองจาน เหตุการณ์ที่จุดชนวนความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ “กัน จอมพลัง” อินฟลูเอนเซอร์ที่ติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง ได้นำเครื่องเสียงพร้อมกับหนังกลางแปลงเข้าไปฉายบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา การกระทำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความกดดันและส่งสัญญาณต่อฝ่ายกัมพูชาที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่างสองประเทศ การนำเครื่องเสียงและหนังกลางแปลงเข้าไปฉายในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่พยายามแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่มีกลุ่มชาวกัมพูชาเข้ามาบุกรุกพื้นที่และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ การกระทำของ “กัน จอมพลัง” จึงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมากที่เห็นว่าเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ สว.อังคณา ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการดำเนินการ จากเหตุการณ์ดังกล่าว นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งข้อสังเกตต่อรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงว่า การที่ปล่อยให้อินฟลูเอนเซอร์หรือ “กัน จอมพลัง” จัดรถแห่และทำการฉายหนังกลางแปลงในลักษณะดังกล่าวนั้น อาจถือเป็นการก่อกวนและสร้างความกดดันให้กับชาวกัมพูชา ซึ่งอาจจัดเป็นการทรมานตามนิยามของอนุสัญญาระหว่างประเทศ นางอังคณาได้ตั้งคำถามว่า การกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาต่างๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีหรือไม่ และอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศหรือไม่ คำถามเหล่านี้ได้สร้างความถกเถียงในวงกว้าง โดยเฉพาะจากกลุ่มประชาชนที่เห็นว่าการตั้งข้อสังเกตดังกล่าวไม่เหมาะสม และไม่สะท้อนถึงความรู้สึกของคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การออกมาตั้งข้อสังเกตของ สว.อังคณา ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชนจำนวนมาก ที่มองว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาและอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรจะให้ความสำคัญกับสิทธิของคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน มากกว่าการไปเป็นห่วงสิทธิของชาวกัมพูชาที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ของประเทศไทย “เจ๊เอ๋ … Read more