จับแก๊งสาวประเภทสองลักข้าวเปลือก เปิดใจเจ๊งธุรกิจร้านลาบ-ส้มตำ หันขโมยข้าวชาวนาขายหาเงิน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวนายวรวุฒิ อายุ 34 ปี สาวประเภทสอง และนางสาวจินดารัตน์ อายุ 37 ปี ซึ่งทั้งสองคนมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พร้อมทั้งยึดของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุลักขโมยข้าวเปลือกครั้งนี้ การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ต้องหาทั้งสองคนขณะก่อเหตุ โดยทั้งสองได้ร่วมกันตระเวนลักขโมยข้าวเปลือกของเกษตรกรชาวนา ที่เก็บไว้ในยุ้งฉางในเวลากลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอห้วยราชและอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาใช้รถยนต์กระบะดังกล่าวในการบรรทุกข้าวเปลือกที่ลักขโมยมาได้ แล้วนำไปขายให้กับร้านรับซื้อข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดใจผู้ต้องหา ธุรกิจร้านอาหารล้มเหลว หันมาขโมยข้าวหาเงิน จากการสอบปากคำนายวรวุฒิ สาวประเภทสองซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาหลัก ได้ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านลาบอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม แต่กิจการไม่เป็นไปตามที่หวัง ขายไม่ดี ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก จึงต้องปิดร้านลงในที่สุด ผู้ต้องหาให้การว่าได้ลักขโมยข้าวเปลือกในพื้นที่อำเภอห้วยราชได้ประมาณ 20 กว่ากระสอบ จากนั้นนำไปขายให้กับร้านรับซื้อข้าวแห่งหนึ่งในอำเภอสตึก ในราคากิโลกรัมละ 14 บาท ได้เงินมาทั้งหมด 12,000 บาท หลังจากนั้นทั้งสองได้แบ่งเงินที่ได้จากการขายข้าวที่ลักมากัน แล้วพากันหลบหนีไปยังจังหวัดสระบุรี … Read more

พ่อเฒ่าวัย 76 ปี ยิงภรรยาดับคาบ้านก่อนปลิดชีพตาม หวั่นคู่ชีวิตอยู่ต่อคนเดียวจะลำบาก

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 18.10 น. เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อชาวบ้านในละแวกนั้นได้ยินเสียงปืนดังก้องขึ้นถึง 3 นัด จากบ้านพักอาศัยของคู่สามีภรรยาวัยชรา ด้วยความตกใจและหวาดกลัว ชาวบ้านจึงไม่กล้าเข้าไปดูด้วยตนเอง แต่รีบแจ้งเหตุไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าไปตรวจสอบทันที เจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบพบศพสองราย หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจตรีณัฐวัฒน์ พลเยี่ยม สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางตาเถร พร้อมด้วย พันตำรวจเอกปริญญา เกาชวัต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางตาเถร นำกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขตอำเภอสองพี่น้อง ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวในชุมชนเล็กๆ ที่เงียบสงบ เจ้าหน้าที่พบฉากที่น่าสะเทือนใจ ที่บริเวณโรงจอดรถหน้าบ้าน มีศพของชายและหญิงซึ่งเป็นสามีภรรยากัน นอนเคียงกันอยู่ด้านท้ายรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีน้ำเงิน ในสภาพที่เสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ศพฝ่ายชาย ระบุชื่อในภายหลังว่าเป็นนายสมาน (นามสมมติ) อายุ 76 ปี นอนหงายอยู่ในลักษณะที่ถูกยิงที่บริเวณขมับข้างขวาเพียง 1 นัด ที่บริเวณปลายเท้าของผู้เสียชีวิตพบอาวุธปืนพกสั้นแบบกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มิลลิเมตร … Read more

พบศพหญิงวัย 55 ปี ถูกฆ่ารัดคอถ่วงท่อนไม้ทิ้งบ่อน้ำ หลังหายตัวนานกว่า 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.30 น. พันตำรวจโท ชายชาญ กมุทชาติ รองสารวัตรสอบสวนสภานักงานตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการพบศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในน้ำ บริเวณหมู่บ้านสระสี่มุม หมู่ที่ 10 ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี พันตำรวจโท ชายชาญ กมุทชาติ ได้รายงานเหตุไปยัง พันตำรวจเอก ยงยอด สิทธิสาร ผู้กำกับการสภานักงานตำรวจภูธรอำเภอหนองหญ้าปล้อง เพื่อทราบและสั่งการ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จังหวัดเพชรบุรี ให้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อร่วมกันตรวจสอบและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด สภาพที่เกิดเหตุและศพ จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านได้ขุดขึ้นมา ตั้งอยู่ภายในเขตหมู่บ้านสระสี่มุม เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงพบศพผู้เสียชีวิตลอยคว่ำหน้าอยู่บนผิวน้ำ สภาพศพมีลักษณะขึ้นอืดอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าได้เสียชีวิตมาแล้วระยะหนึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เมื่อตรวจสอบสภาพของศพอย่างละเอียด พบว่ามีร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงการถูกฆาตกรรมอย่างชัดเจน บริเวณลำคอของผู้เสียชีวิตมีผ้าขาวม้าและเชือกฟางพันรัดอยู่แน่น แสดงให้เห็นว่าผู้เสียชีวิตน่าจะถูกรัดคอจนหมดสติหรือเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าแขนซ้ายของผู้เสียชีวิตขาดไป ซึ่งอาจเกิดจากการถูกทำร้ายหรือสัตว์น้ำกัดกิน สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือพบว่าลำตัวส่วนล่างของผู้เสียชีวิตตั้งแต่บริเวณใต้ราวนมไปจนถึงส่วนเอวและท่อนขาทั้งสองข้าง ถูกมัดด้วยลวดติดกับท่อนไม้ขนาดใหญ่อย่างแน่นหนา คาดการณ์ว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้ท่อนไม้นี้เป็นน้ำหนักในการถ่วงศพให้จมลงไปในน้ำ เพื่อไม่ให้ศพลอยขึ้นมาและถูกค้นพบได้ง่าย แสดงให้เห็นถึงการวางแผนฆาตกรรมอย่างรอบคอบและโหดเหี้ยม สิ่งของที่พบในตัวผู้เสียชีวิต สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้คือ เมื่อตรวจค้นตัวผู้เสียชีวิตพบเงินสดจำนวนประมาณ … Read more

หนุ่มก่อสร้างฉุนถูกด่า ชักมีดแทงคอพนักงานสะดวกซื้อบาดเจ็บสาหัส ตำรวจปากเกร็ดรวบตัวได้แล้ว

เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในซอยวัดกู้ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กำลังให้บริการลูกค้าตามปกติในยามราตรี ทันใดนั้นก็มีเสียงโต้เถียงดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิง ก่อนที่จะมีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลปากเกร็ดได้รับแจ้งเหตุทันทีว่ามีผู้ถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดภายในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบภาพที่น่าสะเทือนใจ บริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงินของร้านมีคราบเลือดกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธมีดที่เปื้อนเลือดวางทิ้งอยู่บนพื้นร้าน ซึ่งเป็นของกลางสำคัญที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ผู้เสียหายสาหัสถูกส่งโรงพยาบาลด่วน ผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้คือ นางสาวกนิษฐา แสงจันทร์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นพนักงานประจำร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ นางสาวกนิษฐาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณลำคอและแขน ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก พลเมืองดีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ช่วยเหลือนำตัวผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลวิภารามปากเกร็ดอย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าได้รับการรักษาจากทีมแพทย์และพยาบาล สภาพของผู้เสียหายในขณะนั้นอยู่ในระดับสาหัส ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นห่วงเป็นใยเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจากที่เกิดเหตุอย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง การสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และการเก็บอาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุเพื่อนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและร่องรอยอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดีต่อไป การสืบสวนและติดตามตัวผู้ต้องหา หลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ทีมสืบสวนของสถานีตำรวจนครบาลปากเกร็ดได้เริ่มดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างจริงจัง โดยใช้ข้อมูลจากพยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการสืบสวน จากการสอบถามพยานและตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้ว่าเป็นชายหนุ่มชื่อ นายจีระวัฒน์ หรือชื่อเล่นว่า จรูณ อินประโคน อายุ … Read more

ชายหลอนยาก่อเหตุป่วน! ขับรถไล่ทำร้ายประชาชนกว่า 10 คน ทั่วบางปะกง อ้างแก้แค้นคนทำร้ายลูก

เมื่อเวลา 11.09 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ว กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านค้าปากซอยสินงอกงาม หมู่ที่ 19 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้บันทึกภาพนาทีสะเทือนขวัญไว้ได้ โดยพบว่ามีรถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 8297 ราชบุรี ขับเข้ามาจอดหน้าร้านค้าดังกล่าว ชายคนขับสวมเสื้อสีส้มซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า นายพิชิต อายุ 39 ปี ได้ลงจากรถและเดินตรงเข้าหาแรงงานชาวเมียนมาสองคนที่กำลังมาซื้อของที่ร้าน โดยนายพิชิตเข้าไปหาเรื่องทันทีด้วยคำถามว่า “พวกมึงใช่ไหมที่มาทำร้ายลูกชายกู” ทำให้หนุ่มชาวเมียนมาทั้งสองคนยืนงงไปตามๆ เพราะไม่เคยรู้จักหรือเจอกันมาก่อน การทำร้ายที่รวดเร็วและรุนแรง ก่อนที่ทั้งสองคนจะทันได้ตอบคำถามหรือแม้แต่จะอธิบายอะไร นายพิชิตก็ได้ใช้เท้าเตะเข้าที่บริเวณก้านคอของหนุ่มเมียนมาคนหนึ่งอย่างแรง ก่อนจะวิ่งไล่ทำร้ายทั้งสองคนอย่างต่อเนื่องจนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยผู้เสียหายไม่มีโอกาสป้องกันตัวหรือหลบหนีได้ทัน ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการกระทำของนายพิชิต ซึ่งอยู่ในอาการไม่ปกติ มีอาการหลอนจากการเสพสารเสพติด และกระทำการทำร้ายผู้คนที่ไม่รู้จักอย่างไร้เหตุผล ลำดับเหตุการณ์ก่อนหน้า – ทำร้ายพ่อลูกขายไก่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนุ่มชาวเมียนมาทั้งสองคนนั้น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ในวันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจพบว่า ก่อนหน้านี้ นายพิชิตได้ก่อเหตุทำร้ายผู้คนหลายรายมาแล้ว เหยื่อรายแรก – พ่อลูกขายไก่ … Read more

สลด! รถครอบครัว 9 ชีวิตกลับจากงานรับปริญญา เกิดหลับในพุ่งชนท้ายเทรลเลอร์ สูญเสียผู้สูงอายุ 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง บริเวณหมู่ที่ 15 ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน บริเวณที่เกิดเหตุเป็นช่วงถนนที่มีการจราจรค่อนข้างคับคั่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งในช่วงเวลาเช้ามืดมักมีการมองเห็นที่จำกัด เป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สภาพรถยนต์และสถานที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น 7 ที่นั่ง ทะเบียนจังหวัดสงขลา อยู่ในสภาพที่ชำรุดเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านหน้าของรถที่พังยับเยินจนแทบจะจำรูปทรงเดิมไม่ได้ ตัวรถตกอยู่ข้างทางในท่าที่บ่งบอกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงมาก ภายในรถยนต์ที่เกิดเหตุพบผู้โดยสารทั้งหมด 9 คน ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงสาหัสวิกฤต ที่น่าอัศจรรย์ก็คือเด็กหญิงอายุเพียง 2 ขวบสามารถรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์ท่ามกลางความโศกเศร้า รายละเอียดผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 ราย มีอาการที่แตกต่างกันไป โดยแยกเป็น: ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ผู้ที่อยู่ในอาการโคม่า … Read more

โดรนเขมรบุกฟ้าชายแดน 71 ลำ! ทัพภาคที่ 2 เผยตรวจพบหนาแน่นพื้นที่พิพาท-IOT ลงพื้นที่ตรวจสอบการละเมิดหยุดยิง

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2568 พบความเคลื่อนไหวอากาศยานไร้คนขับฝ่ายกัมพูชารวม 71 ลำ กระจายตัวในพื้นที่เป้าหมาย 5 จุดหลัก ขณะที่คณะผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา ในบรรยากาศที่ตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงมีความอ่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นของฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนในการสำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวชายแดนที่เป็นจุดพิพาทระหว่างสองประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความตื่นตัวและการเตรียมพร้อมทางยุทธวิธีของทั้งสองฝ่าย คณะผู้สังเกตการณ์นานาชาติลงพื้นที่อุบลฯ รับทราบข้อเท็จจริง ในวันที่ 4 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการตามกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเชิญคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ตามแนวชายแดน นำโดยผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศมาเลเซียประจำประเทศไทย เดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อรับทราบข้อมูลและสำรวจพื้นที่จริง การเยือนครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของกองทัพภาคที่ 2 ก่อนที่คณะจะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีรายงานการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยในการให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลแก่คณะผู้สังเกตการณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะ IOT ได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและเป็นกลาง … Read more

ล่าแม่ใจยักษ์! ทารกยัดถุงปุ๋ย ทิ้งขยะข้างโรงงานสงขลา กู้ภัยยื้อไม่ทัน สิ้นใจระหว่างส่งรพ.

จังหวัดสงขลา – เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่จังหวัดสงขลา เมื่อเด็กทารกเพศชายแรกเกิดถูกค้นพบในสภาพเสียชีวิตหลังจากถูกทิ้งไว้ในกองขยะหน้าโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะสามารถช่วยเหลือทันเวลาและพบเห็นสัญญาณชีวิต แต่เด็กน้อยก็สิ้นลมหายใจระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการล่าตัวผู้ที่นำเด็กมาทิ้งซึ่งยังไม่ทราบตัวตน การค้นพบเด็กทารกในกองขยะ เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสงขลาร่วมใจได้รับแจ้งเหตุการณ์การพบเด็กทารกแรกเกิดที่ถูกนำมาทิ้งในถังขยะบริเวณด้านหน้าโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ ตั้งอยู่บนถนนเก้าเส้ง-จะนะ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ประสานงานกับร้อยตำรวจเอกอัฟฟาน ไชยบุญมา ร้อยเวรจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา พร้อมด้วยชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาและเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสงขลา เพื่อรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน ณ จุดเกิดเหตุในบริเวณโรงจอดรถของโรงงาน ชาวบ้านผู้พบเห็นได้นำเด็กทารกออกมาจากถังขยะแล้วนำมานอนที่พื้น โดยมีกระสอบปุ๋ยสีขาวคลุมร่างไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นเด็กทารกเพศชายที่เพิ่งคลอดใหม่ ยังมีสายสะดือติดอยู่ และที่น่าเศร้าใจคือเด็กน้อยยังคงมีลมหายใจอยู่ แต่อยู่ในสภาพที่อ่อนแอมาก หายใจรวยริน การช่วยเหลือเบื้องต้นและการนำส่งโรงพยาบาล เมื่อพบว่าเด็กทารกยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบนำตัวเด็กน้อยไปยังรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ก่อนจะเร่งนำตัวเด็กทารกส่งไปยังโรงพยาบาลสงขลาเกาะยอเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว แต่สภาพร่างกายของเด็กน้อยที่อ่อนแอเกินไปทำให้ไม่สามารถต่อสู้เพื่อชีวิตได้ และได้เสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล การตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุพบหลักฐานสำคัญหลายชิ้น ได้แก่ กระสอบปุ๋ยสีขาว 2 ใบ ถุงพลาสติกใส 1 ใบ เสื้อยืดสีดำ 1 ตัว และผ้าถุง 1 ตัว ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งของที่ใช้ห่อหุ้มเด็กทารกก่อนนำมาทิ้ง คำให้การของผู้พบเหตุ จากการสอบถามชาวบ้านผู้เป็นพยาน พบว่าผู้ที่ค้นพบเด็กทารกคนแรกเป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพหาของเก่า … Read more

ตำรวจรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 11 คน เปิดบัญชีม้าให้ชาวจีน ย่านสุทธิสาร พบยาเสพติด-อุปกรณ์กดเงิน

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 20.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ได้รับข้อมูลจากสายลับเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่พักอาศัยในโรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณซอยลาดพร้าว 18 แขวงจอมพล เขตจตุจัตร กรุงเทพมหานคร โดยมีพฤติกรรมน่าสงสัยในการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ตามรายงานของสายลับระบุว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการรวมตัวกันเพื่อเสพยาเสพติด และดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารเถื่อนเพื่อให้บริการแก่แก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่มีชาวจีนเป็นผู้นำ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนการสืบสวนและติดตามอย่างใกล้ชิด กระบวนการสืบสวนและติดตาม เจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการสืบสวนแบบแฝงตัว โดยให้สายลับเข้าไปสร้างความสนิทสนมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงาน สถานที่พัก และสมาชิกในกลุ่ม หลังจากติดตามและเฝ้าสังเกตเป็นเวลาหลายวัน เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการดำเนินการจับกุม การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ชุดปฏิบัติการที่นำโดย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการนครบาล 2 พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผู้กำกับการส่วนสืบสวน 2 บังคับการนครบาล พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และ พ.ต.ท.นิติธร ยศโชติวณิช รองผู้กำกับการส่วนสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เข้าดำเนินการตรวจค้นที่โรงแรมดังกล่าว การตรวจค้นห้องพักหมายเลข 402 การตรวจค้นครั้งแรกที่ห้องพักหมายเลข 402 พบผู้ต้องหา … Read more

ไฟไหม้โกดังสินค้าใจกลางเมืองระยอง ควันดำพวยพุ่งสูง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับเพลิงอลหม่าน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.25 น. ของวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เมื่อประชาชนในพื้นที่และผู้ขับขี่ยานพาหนะที่สัญจรผ่านบริเวณแยกโรงแรมคามิโอ ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พบเห็นควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากโกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จุดเกิดเหตุตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและย่านการค้าที่คับคั่งไปด้วยประชาชน ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลใจให้กับผู้คนในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อควันดำที่พวยพุ่งขึ้นมีความหนาทึบมาก สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร การระดมกำลังดับเพลิง ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง พร้อมด้วยหน่วยดับเพลิงจากหลายหน่วยงานได้เร่งระดมกำลังเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุอย่างเต็มที่ โดยมีรถดับเพลิงขนาดใหญ่และรถบรรทุกน้ำหลายคันเข้าร่วมปฏิบัติการ นายสมชาย วงศ์ประดิษฐ์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า “เมื่อได้รับแจ้งเหตุเราได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่ทันที โดยใช้รถดับเพลิงทั้งหมด 8 คัน และรถบรรทุกน้ำอีก 5 คัน เนื่องจากเพลิงมีความรุนแรงมากและแพร่กระจายเร็ว เราจึงต้องใช้กำลังในการควบคุมอย่างเต็มที่” การปฏิบัติการดับเพลิงในครั้งนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากโกดังที่เกิดเหตุมีขนาดใหญ่และเก็บสินค้าจำนวนมาก ประกอบกับลักษณะของสินค้าที่เก็บอยู่ภายในทำให้เพลิงลุกลามได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์นานกว่าปกติ การจราจรและความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการปิดกั้นเส้นทางจราจรโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยการปิดถนนครอบคลุมบริเวณรัศมีประมาณ 500 เมตร จากจุดเกิดเหตุ การปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวส่งผลต่อการจราจรในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริเวณแยกโรงแรมคามิโอเป็นจุดสำคัญของการคมนาคมในเมืองระยอง มีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากสัญจรผ่านในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนของเช้า พันตำรวจเอก ประยุทธ แสงทอง สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง กล่าวว่า … Read more